
ใช้วิธีพิเศษ
ความผันผวนของโลกที่ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้วิกฤตซึ่งเกิดขึ้นแห่งหนึ่งอาจส่งผลกระทบไปหลายแห่งทั่วโลก
ความผันผวนของโลกที่ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้วิกฤตซึ่งเกิดขึ้นแห่งหนึ่งอาจส่งผลกระทบไปหลายแห่งทั่วโลก มากบ้างน้อยบ้าง ตามปัจจัยที่แต่ละประเทศเกี่ยวข้อง ดังนั้นเพื่อรับมือกับความผันผวน ที่ปีนี้คาดว่าจะสวิงขึ้นลงรุนแรง ภาครัฐกับเอกชนอาจต้องเพิ่มมาตรการพิเศษ เพื่อรับมือแรงกระทบ ป้องกันไม่ให้นำไปสู่วิกฤต
เป็นที่ทราบกันว่า เพียงสัปดาห์แรกของวันทำการปี 2559 ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากตลาดหุ้นจีน ได้เขย่าขวัญไปทั่วโลก ฉุดให้ตลาดหุ้นทั่วโลกทั้งยุโรป สหรัฐ เอเชีย ประเทศตลาดเกิดใหม่ ร่วงมากร่วงน้อยกันไปเป็นแถว บนความไม่ชัดเจนของจีน ที่เริ่มใช้มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว หากภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์โดยรวม เกิดการเปลี่ยนแปลงลดลงอย่างผิดปกติ (Circuit Breaker) เพื่อหวังจะให้ผู้ลงทุนได้รับทราบสถานการณ์และมีเวลาไตร่ตรองข้อมูลข่าวสาร ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนต่อไป
อย่างไรก็ตาม บนข้อมูลที่ไม่ชัดเจนจากจีน ทำให้เพียงสัปดาห์เดียว เมื่อนักลงทุนไตร่ตรองแล้ว จีนถึงกับต้องใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์หรือหยุดการซื้อขายหุ้นถึง 2 ครั้งในสัปดาห์เดียว และเมื่อเปิดตลาดหุ้นในสัปดาห์หน้ายังคงต้องลุ้นว่ามาตรการล่าสุดที่จีนประกาศว่าจะเลิกเซอร์กิตเบรกเกอร์ จะขึ้นค่าเงินหยวน ปัจจัยนี้จะเอาอยู่หรือไม่
ทั้งนี้ เพราะโลกต่างก็ทราบว่าค่าเงินหยวนที่แข็งกว่าความเป็นจริงกว่าประเทศคู่แข่ง ทำให้จีนสูญเสียความสามารถในการแข่งขันการส่งออก ทำให้กำลังการผลิตของจีน ซึ่งที่ผ่านมามีการลงทุนการผลิตเป็นโรงงานของโลกไว้มาก ปัจจุบันการผลิตใช้ไปเพียง 50-60% ของกำลังการผลิต ดังนั้นจีนต้องพยายามทำทุกทาง เพื่อให้การส่งออกกลับมาเติบโตให้มีการใช้กำลังการผลิต ซึ่งวิธีที่ได้ผลเร็วก็คือ การทำให้ค่าเงินหยวนอ่อน
ขณะที่สหรัฐ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อปลายปี และในปลายเดือน ม.ค.นี้ จะออกมาบอกทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยของปีนี้ว่าจะขึ้นอีกกี่ครั้ง ขึ้นประมาณเท่าไหร่ และท่าทีกับพันธบัตรซึ่งสหรัฐอัดฉีดในช่วงมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือคิวอี ว่าจะซื้อคืนพันธบัตรมากน้อยแค่ไหน
บนความผันผวนของยักษ์ใหญ่ดังกล่าว ประเทศเล็กอย่างไทย ย่อมโดนกระทบจากการส่งออกที่ยากขึ้นแน่ การบริหารความเสี่ยงของค่าเงิน การรับมือกับเงินไหลออกไหลเข้าที่จะรุนแรงมากขึ้น ยังไม่นับแนวโน้มราคาน้ำมันที่แกว่งตัวทางขาลง ที่ปัจจัยทั้งบวกกับลบจะเข้ามาสร้างความผันผวนให้ซับซ้อนมากขึ้น
เมื่อสัญญาณตั้งแต่ต้นปีสะท้อนความรุนแรงขนาดนี้ก็อยากจะให้รัฐบาลน่าจะใช้วิธีพิเศษ เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงที่สวิงขึ้นลงมาก เพื่อจะได้มีข้อมูลที่รวดเร็ว เท่าทัน มากพอ ที่สำคัญเชื่อถือได้ เพื่อมาใช้ในการตัดสินออกมาตรการต่างๆ มารับมือกับความผันผวนที่มาก รวมทั้งควรจะต้องมีการกระบวนการปฏิบัติที่ไม่หลายขั้นตอนมาก เพื่อให้เมื่อได้ข้อมูลที่เร็วทันเวลา สามารถนำไปสั่งการใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง เมื่อวิกฤตครั้งนี้ไม่ปกติก็ควรจะต้องใช้วิธีไม่ปกติรับมือ







