
รัฐผลักดันเกษตรกร ขึ้นชั้นเอสเอ็มอี
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.)
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ / ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงศ์
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ถึงการให้ความช่วยเหลือและพัฒนาเกษตรกร ที่ต้องการให้มีการสร้างให้เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
สมคิด กล่าวว่า ได้มอบนโยบายในการช่วยเหลือและพัฒนาการเกษตร โดยรัฐบาลต้องการให้ปี 2559 เป็นปีปฏิรูปเกษตร สร้างอนาคต และสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ให้มีความตื่นตัว รวมทั้งจะมีการตั้งกองทุนสตาร์ทอัพที่จะเห็นภายในปีนี้เพื่อเสริมสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ให้เข้ามาสู่ในระบบเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งไตรมาสแรกนี้กองทุนหมู่บ้านจะเริ่มโครงการในระดับชนบท เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชนบท เช่น การสร้างแหล่งน้ำยุ้งฉาง โรงแปรรูปหมู่บ้าน โรงสีชุมชน ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการเตรียมการ
นอกจากนี้ ยังจะให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต ซึ่งที่ผ่านมาการช่วยเหลือเอสเอ็มอีส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคอุตสาหกรรม การบริการ โดยหลังจากนี้รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายสร้างเอสเอ็มอีเกษตรกร และจะผลักดันห้เป็นผู้ประกอบการรายย่อย โดยจะต้องมาวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ไปพัฒนา สร้างมูลค่า และเพิ่มความหลากหลายการเพาะปลูก หรือสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น รวมทั้งขอให้ธนาคารออมสินเข้าไปในสถาบันการศึกษา ว่าจะสามารถช่วยให้นักศึกษาเติบโตออกมาเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการประชุม ธ.ก.ส.ได้เสนอที่จะดำเนินการโครงการ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอีเกษตรอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับฐานราก รวมทั้งจะให้ ธ.ก.ส.ดูแลช่วยเหลือเกษตรกรในการรับมือภัยแล้ง
ขณะที่ธนาคารออมสินเสนอสร้างสตาร์ทอัพ หรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีระยะเริ่มต้น โดยธนาคารออมสินจะเพิ่มบทบาทสร้างฐานให้เติบโตจากภายใน นอกจากนี้จะมีธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ และกระทรวงอุตสาหกรรมเข้าร่วมช่วยเหลือในเรื่องนี้ด้วย
ด้าน อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวหลังประชุมคณะทำงานร่วมรัฐ-เอกชน-ประชาชน ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ 2 คณะ คือ คณะทำงานด้านการดึงดูดการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ที่มี ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพเป็นหัวหน้าทีมเอกชน และคณะทำงานด้านการสร้างรายได้และการกระตุ้นการใช้จ่ายของประเทศ มี ทศจิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัลเป็นหัวหน้าทีม
ชาติศิริ กล่าวภายหลังการประชุมว่า คณะทำงานเอกชนต้องกลับไปหารือรายละเอียดแนวทางการผลักดันให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและดึงดูดการลงทุน เช่น เกณฑ์ความร่วมทุนภาครัฐเอกชน (พีพีพี) อาจต้องปรับเงื่อนไขบางประการเพื่อให้ต่างชาติสนใจลงทุนในไทยมากขึ้น ควรมีการทำงานที่กระชับ หรือการปรับขั้นตอนวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ปรับขั้นตอนให้เป็นประโยชน์
อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในฐานะภาคเอกชนมองว่าการสร้างรายได้และกระตุ้นการใช้จ่ายที่เร็วที่สุด อย่าเพิ่งคิดใหม่ทำใหม่







