
โบรกฯลดกำไร3ปีBBL
นักวิเคราะห์ลดประมาณการกำไรปี 2558-2560 BBL ยันเสี่ยงปล่อยกู้ทีวีดิจิทัล-JAS
นักวิเคราะห์ลดประมาณการกำไรปี 2558-2560 BBL ยันเสี่ยงปล่อยกู้ทีวีดิจิทัล-JAS
ภายหลังจากธนาคารกรุงเทพ (BBL) ได้นำเสนอข้อมูลต่อนักวิเคราะห์สำหรับปี 2559 นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ วิเคราะห์ว่า BBL มองคุณภาพสินเชื่อและความต้องการสินเชื่อในแง่บวกมากเกินไป ดังนั้นจึงปรับต้นทุนเครดิตในปี 2558-2560 ขึ้น และปรับประมาณการกำไรลง โดยเชื่อว่า BBL ให้ความสำคัญกับการกระจุกตัวของสินเชื่อภาคธุรกิจน้อยเกินไปจากความเสี่ยงเชิงเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าราคาต่อมูลค่าบัญชี (PBV) ที่ 0.8 เท่าจะดูไม่แพง แต่มองว่าความเสี่ยงจากทีวีดิจิทัล และ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล(JAS) ยังอยู่ในระดับสูง ดังนั้นจึงแนะนำเพียง “ถือ”
บล.ทิสโก้ คาดผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2558 ที่ 8,000 ล้านบาท ลดลง 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 11% จากไตรมาส 3 เนื่องมาจากต้นทุนเครดิตและค่าใช้จ่ายตามฤดูกาลเป้าหมายในปี 2559 ใกล้เคียงกับ 2558 โดยคาดว่าสินเชื่อเพิ่มขึ้น 3.5% ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ ส่วนต่างกำไรสุทธิ (NIM) ที่คงที่ 6-8% ต้นทุนต่อรายได้ที่ 44-45% การตั้งสำรอง 1.4 หมื่นล้านบาท และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่เกิน 3% และเชื่อว่าในระยะกลาง BBL จะได้ประโยชน์จากการขยายตัวในภูมิภาค ในขณะที่ด้านไอทีและสาขาบริเวณชายแดนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ BBL ประเมินผลของภัยแล้งและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลงมากเกินไป และมองการลงทุนภาคเอกชนดีเกินไป และเป้าการตั้งสำรองในปี 2559 ยังไม่ได้รวมผลของทีวีดิจิทัล โดยคาดว่าสินเชื่อที่ให้กับ TV Pool และ CTH จะเกิดการผิดนัดชำระสำรองต่อเอ็นพีแอล อยู่ที่ 173% ในไตรมาส 3 ปี 2558 ลดลงเป็น 119% หากเอ็นพีแอลยังอยู่บนงบดุล หรือ 151% หากมีการตัดจำหน่าย ซึ่งแสดงถึงการตั้งสำรองที่ไม่ได้เหนือกว่าคู่แข่งอีกต่อไป และด้วยความกระจุกตัวของสินเชื่อทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การปล่อยสินเชื่อให้ JAS มีโอกาสที่จะกระทบการดำเนินงานเช่นเดียวกับธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI)
บล.ทิสโก้ ลดมูลค่าที่เหมาะสม BBL เหลือที่ 161 บาท จากเดิม 170 บาท โดยมีความเสี่ยงสำคัญคือ เอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้น และมีความเสี่ยงเชิงบวกจากการควบคุมต้นทุน
ผู้บริหาร BBL คาดว่าอาจมีการปรับการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ ในปี 2558 มาอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ก่อนปรับลงเล็กน้อยในปี 2559
บล.ทิสโก้ จึงปรับประมาณการกำไรปี 2558 ลง 5.3% มาอยู่ที่ 3.2 หมื่นล้านบาท และปี 2559 ลง 10.1% มาอยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท โดยปรับราคาเป้าหมายลงมาอยู่ที่ 181 บาท อิงค่าราคาต่อมูลค่าบัญชี (PBV) ณ สิ้นปี 2558 ที่ 0.9 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 1.2 เท่าอยู่มาก
นอกจากนั้นยังคาดว่ากำไรปี 2559 จะฟื้นตัวดีขึ้น 11% มาอยู่ที่ 3.58 หมื่นล้านบาท จากความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจากโครงการภาครัฐ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ ที่ลดลง ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายในระดับ PBV ณ สิ้นปี 2559 ที่เพียง 0.8 เท่า อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่สูงกว่า 200% และแนวโน้มกำไรฟื้นตัวในปี 2559
ด้านนักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง แนะนำให้ซื้อเพราะเชื่อว่าเป้าสินเชื่อปี 2559 ที่ BBL ตั้งไว้ว่าจะโตราว 3-3.5% มีความเป็นไปได้และปรับประมาณการค่าสำรองเผื่อหนี้สูญฯ ปี 2558 ขึ้น 17% มาอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท โดยผู้บริหาร BBL ยืนยันว่าค่าสำรองเผื่อหนี้สูญฯ ที่เพิ่มขึ้นจะถูกชดเชยจากกำไรพิเศษด้านการลงทุนและการขายสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
“เรายังปรับประมาณการค่าสำรองเผื่อหนี้สูญฯ ปี 2559 ขึ้นมาอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ BBL คาดว่าเอ็นพีแอลต่อหนี้ทั้งหมด ณ สิ้นปี 2558 จะอยู่ที่ราว 2.8% (ไม่เปลี่ยนแปลง) รวมทั้งคาดสัดส่วนดังกล่าวจะปรับตัวขึ้นไปอยู่สูงกว่า 3% ณ สิ้นปี 2559 ทั้งนี้ BBL ยังคงประมาณการส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2558 และปี 2559 เดิมที่ 2.1%”







