posttoday
ไฮเออร์รุกตลาดออนไลน์หวังสู้รายใหญ่

ไฮเออร์รุกตลาดออนไลน์หวังสู้รายใหญ่

08 มกราคม 2559

แม้ว่าจะเพิ่งเริ่มบุกตลาดออนไลน์เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา แต่ก็ทำให้ไฮเออร์สามารถมีรายได้จากฝั่งออนไลน์ได้แล้วประมาณ 2% ของรายได้รวม และช่วยให้การขายช่องทางหลักดีขึ้น ทำให้มีผลประกอบการบริษัทรวมโต 16% หรือกว่า 2,200 ล้านบาท

แม้ว่าจะเพิ่งเริ่มบุกตลาดออนไลน์เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา แต่ก็ทำให้ไฮเออร์สามารถมีรายได้จากฝั่งออนไลน์ได้แล้วประมาณ 2% ของรายได้รวม และช่วยให้การขายช่องทางหลักดีขึ้น ทำให้มีผลประกอบการบริษัทรวมโต 16% หรือกว่า 2,200 ล้านบาท

หยาง เสี้ยวหลิน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ไฮเออร์ ประเทศไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ กล่าวว่า เมื่อช่วงต้นปี 2558 บริษัทได้เปิดแพลตฟอร์มออนไลน์รายแรกของไฮเออร์ทั่วโลก ดึงพันธมิตรขายสินค้าผ่านเว็บ ทุ่มงบไปกว่า 100 ล้านบาท ส่งผลให้มียอดรายได้ผ่านช่องทางนี้ประมาณ 2%

“ผลตอบรับจากความพยายามในการสื่อสารแบรนด์ในปีที่ผ่านมา ด้วยคอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทำให้ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งาน มียอดกดไลค์กว่า 3 แสนราย จากเดิมมีเพียง 2 หมื่นราย และยังมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กในไทยเห็นเพจของไฮเออร์ไม่ต่ำกว่า 16 ล้านครั้ง และยังแชร์ประสบการณ์ร่วมกับการใช้งานสินค้าของบริษัททำให้แบรนด์ใกล้ชิดกับลูกค้าได้เพิ่มขึ้น”

ทั้งนี้ เว็บไซต์ของบริษัทก็ยังเป็นทั้งช่องทางขายสินค้า คล้ายกับเว็บชุมชนออนไลน์ให้สื่อสารกับลูกค้ามากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าออนไลน์ที่ต้องการศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อขายสินค้า

“หากแบ่งตามประเภทสินค้า ไฮเออร์ยังคงมีคู่แข่งในแต่ละกลุ่มทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี แต่บริษัทต้องการสื่อสารให้ลูกค้าทราบว่าแบรนด์จีนคุณภาพก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าสองประเทศข้างต้น และการลงทุนวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างหนักในญี่ปุ่น เพื่อศึกษาลูกค้าในแต่ละประเทศ เชื่อว่าจะมีความเข้าใจในตัวลูกค้าและผลิตสินค้าได้ตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้น” หยาง กล่าว

อย่างไรก็ตาม หยางมองว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปี 2559 จะยังไม่บูมมากนัก จึงส่งสินค้าในกลุ่มทีวีซึ่งเป็นแอนดรอยด์ทีวี ใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์โมบิลิตี้ให้ความสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น

“บริษัทยังมองในกลุ่มตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า และสมาร์ททีวีเป็นหลักในปีนี้ เพราะเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องและยังคงไว้เท่ากับปี 2558 เช่นเดิม แต่ยังเชื่อว่ากลุ่มสมาร์ททีวีจะช่วยผลักดันในตลาดมียอดขายรวมจนสามารถขึ้นติดอันดับท็อป 5 ได้ ปัจจุบันไฮเออร์มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 30% ในตลาดรวมธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า” หยาง กล่าว

เมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ไฮเออร์ยังมีความหวังว่าจะโตได้อย่างต่อเนื่องภายใต้แบรนด์จีนที่มีคุณภาพ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน