posttoday
อินทัชร่วมฮุนได รุกโฮมช็อปปิ้งชิงท็อปไฟว์

อินทัชร่วมฮุนได รุกโฮมช็อปปิ้งชิงท็อปไฟว์

07 มกราคม 2559

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

เปิดศักราชด้วยการแถลงธุรกิจใหม่ สำหรับ อินทัช โฮลดิ้งส์ ที่ใช้เวลาในการเตรียมหลังบ้านก่อนเปิดตัวธุรกิจโฮมช็อปปิ้งด้วยเวลาเพียง 9 เดือน เพราะเชื่อมั่นว่าจะสามารถต่อยอดไปยังกลุ่มธุรกิจอื่นได้ และตั้งเป้าไว้ที่ 4,500 ล้านบาท ในเวลา 5 ปี

ลีแฮซึง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮช็อปปิ้ง กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจค้าปลีกในประเทศเกาหลีใต้ และมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตในเรื่องกลุ่มธุรกิจโฮมช็อปปิ้ง รวมทั้งมีความต้องการใช้จ่ายสินค้าจากเกาหลี จึงเข้ามาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เป็นประเทศที่สองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“เมื่อ 3 ปีก่อน เราได้เปิดไฮช็อปปิ้งในประเทศจีน จากนั้นเราเลือกไทยเป็นประเทศที่สองและไตรมาส 2 ของปีนี้ ก็จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศเวียดนาม ซึ่งแต่ละประเทศที่เราเลือกเข้าไปทำตลาดนั้น จะเป็นประเทศที่มีศักยภาพในเรื่องเทคโนโลยี ความต้องการสินค้าเกาหลีและมีทิศทางกำลังซื้อที่ดี” ลีแฮซึง กล่าว

ทั้งนี้ ภาครัฐได้ให้ใบอนุญาตเปิดธุรกิจโฮมช็อปปิ้งอย่างเป็นทางการ 7 บริษัท ไม่นับรายย่อย ซึ่งตอนนี้มีกลุ่มธุรกิจโฮมช็อปปิ้งจากเกาหลีเข้ามาในไทยแล้ว คือ จีเอส ที่ร่วมกับทรู ในชื่อบริษัท ทรู จี เอส หรือช่องทรู ซีเล็คท์ ต่อมาคือ ซีเจ ที่ร่วมกับจีเอ็มเอ็ม จดทะเบียนในชื่อบริษัท จีเอ็มเอ็ม ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง หรือช่องโอช้อปปิ้ง และรายที่สามคือ ฮุนได โฮมช็อปปิ้ง ที่มาร่วมมือกับทางอินทัช

“การจับมือกันระหว่างบริษัท อินทัช มีเดีย และฮุนได โฮมช็อปปิ้ง เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น ด้วยทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท แบ่งเป็น อินทัช 51% และฮุนได 49% ใช้ชื่อบริษัทว่า ไฮช็อปปิ้ง เพื่อทำธุรกิจโฮมช็อปปิ้งร่วมกัน คาดว่าในไทยจะมีโอกาสเติบโตอย่างน้อย 20% และจะสร้างรายได้ต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 5 ปีนี้ จากภาพรวมธุรกิจโฮมช็อปปิ้งในไทยที่มีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 2 หมื่นล้านบาทในปี 2565” ลีแฮซึง กล่าว

หากมองการแข่งขันในตลาดโฮมช็อปปิ้งของประเทศเกาหลีนั้น มูลค่าการแข่งขันสูงถึง 3 แสนล้านบาท บริษัทสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดมาได้ถึง 4% ซึ่งตลาดไทยยังมีมูลค่าตลาดไม่ถึง 0.5% ด้วยซ้ำ จึงเชื่อว่าจะเป็นโอกาสในการเข้ามาสู่ธุรกิจนี้

“แม้การตั้งเป้า 20% จะดูว่าเยอะ เพราะเทรนด์ออนไลน์ทั้งอี-คอมเมิร์ซ และโมบายคอมเมิร์ซเข้ามาตีตลาดอย่างมาก แต่ยังมีกลุ่มแม่บ้านที่ยังเสพสื่อหลักอย่างทีวีมีความต้องการซื้อสินค้าผ่านช่องทางนี้ และบริษัทก็จะเปิดช่องทางออนไลน์และแอพพลิเคชั่นในปีนี้ เพื่อดึงลูกค้าในกลุ่มโมบายเฟิสต์ให้เข้ามาซื้อสินค้าผ่านมือถือให้ง่ายขึ้นด้วย” ลีแฮซึง กล่าว

ทางด้าน ฟิลิป แทน เชียง ชอง กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า บริษัทจะเข้าไปสนับสนุนด้านเทคโนโลยี เพื่อเปิดโอกาสให้การช็อปปิ้งผ่านมือถือทำได้ง่ายขึ้น โดยเชื่อมโยงการจ่ายเงินผ่านเอ็มเปย์ เมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินค้าทางโทรศัพท์จะได้รับรหัสการสั่งซื้อสินค้าทางเอสเอ็มเอส และสามารถเลือกช่องทางการจ่ายเงินได้

“ในอนาคตจะมีการจ่ายเงินที่หลากหลายตอนนี้จ่ายผ่านมือถือ โอนเงินผ่านบัญชี หรือเคาน์เตอร์เซอร์วิสก็ได้ และยังมีแผนจะทำระบบผ่อนชำระเพิ่มเติมด้วย แต่อยู่ในขั้นตอนการพูดคุย ถือว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ให้สามารถช็อปปิ้งสินค้าต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และยังเป็นการเชื่อมโยงระหว่างค้าปลีกออนไลน์และออฟไลน์ให้ทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น” ฟิลิป กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน