
กสิกรหั่นเป้าหุ้นเหลือ1,450
บลจ.กสิกรไทย หั่นเป้าหุ้นไทยปีนี้เหลือ 1,400-1,450 จุด หวังรัฐเร่งเครื่องดันเศรษฐกิจ
บลจ.กสิกรไทย หั่นเป้าหุ้นไทยปีนี้เหลือ 1,400-1,450 จุด หวังรัฐเร่งเครื่องดันเศรษฐกิจ
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทยและศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
(จีดีพี) ของไทยในปี 2559 จะขยายตัวได้ในกรอบ 2.5-3.5% ส่วนเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปลายปี 2559 บลจ.กสิกรไทย ตั้งเป้าไว้ที่ระดับ 1,400-1,450 จุด
ทั้งนี้ เป้าหมายดังกล่าวถูกปรับลดลงจากวันที่ 18 ธ.ค. 2558 บลจ.กสิกรไทยคาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยปลายปีนี้ไว้ที่ 1,500-1550 จุด
“หลังเปิดรับศักราชใหม่ดัชนีหุ้นไทยยังผันผวนไม่ต่างจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา จากปัจจัยทั้งภายนอกประเทศและเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่วนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่เริ่มมีลูกค้าทยอยขายคืนออกมาตั้งแต่วันเปิดทำการซื้อขายวันแรกของปีนี้ เรามองว่าเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่กระทบตลาดหุ้นเท่านั้น โดยมูลค่ากองทุน LTF ที่ครบเงื่อนไขภาษีในปีนี้ประมาณ 2.10 หมื่นล้านบาท” นายวศิน กล่าว
สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่กระทบการลงทุนมาตั้งแต่ปลายปีก่อน ได้แก่ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในครั้งแรกและมีแนวโน้มว่าจะปรับขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ ปัญหาความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นและตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ออกมาต่ำกว่าคาด รวมถึงผลสำรวจภาคการผลิตของจีนที่ชะลอตัวเพิ่มความกังวลต่อภาพรวมเศรษฐกิจจีน
อย่างไรก็ตาม แม้ยังมีปัจจัยลบหลายปัจจัยกดดันให้ตลาดหุ้นไทยผันผวน แต่เชื่อว่าในปี 2559 รัฐบาลน่าจะเร่งขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมชัดเจนมากกว่าปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเร่งรัดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 อุตสาหกรรม ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อเนื่องยังภาคการส่งออกและการกระตุ้นการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ตั้งเป้าปี 2559 มูลค่าการของบส่งเสริมการลงทุนอยู่ที่ 4.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ซึ่งมีมูลค่า2.1 แสนล้านบาท ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นเท่าตัวและการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งหากดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตตามเป้าที่วางไว้ได้
นายวศิน กล่าวว่า สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนในช่วงนี้อาจต้องติดตามข่าวสารและอัพเดทสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดโอกาสในการลงทุน โดยเฉพาะผู้ลงทุนที่ชอบจับจังหวะลงทุน ดังนั้นเพื่อให้การลงทุนเป็นเรื่องง่ายและทันทุกโอกาสการลงทุน บลจ.กสิกรไทย จึงพัฒนาระบบการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เพิ่มช่องทางบริการชื้อ-ขายกองทุนรวมผ่านแอพพลิเคชั่น K-Mobile Banking Plus
“เราเชื่อว่าบริการดังกล่าวจะได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุนโดยเฉพาะลูกค้ากองทุนรวมที่ใช้แอพพลิเคชั่นอยู่แล้ว เนื่องจากมีขั้นตอนใช้งานง่าย รวดเร็วและไม่ต้องไปสาขา สามารถซื้อขายกองทุนได้บ่อยตามความต้องการและทยอยลงทุนได้ตลอดปี รวมทั้งหาจังหวะการลงทุนที่เหมาะสมได้ด้วยตนเอง” นายวศิน กล่าว
นอกจากนี้ บลจ.กสิกรไทยได้จัดโปรโมชั่นสำหรับลูกค้ากองทุนกสิกรไทยที่มีการลงทุนผ่านช่องทาง K-Cyber Invest บริการลงทุนในกองทุนรวมทางอินเทอร์เน็ตกสิกรไทย รวมถึงลูกค้าที่มีการลงทุนผ่านแอพพลิเคชั่น K-Mobile Banking PLUS ของกองทุนในกลุ่ม LTF/RMF กองทุนในกลุ่ม K-EQUITY MUTUAL FUND และกองทุนรวมต่างประเทศ (K-FIF MUTUAL FUND)
สำหรับผู้ที่มียอดเงินลงทุนระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 2558-29 ก.พ. 2559 ทุกๆ 1 แสนบาท จะได้รับหน่วยลงทุนกองทุน K-MONEY มูลค่า 100 บาท และสูงสุดไม่เกิน 1 หมื่นบาท/ราย







