posttoday
BMNเข้าตลท.ปี’60

BMNเข้าตลท.ปี’60

06 มกราคม 2559

“ปลิว” ส่งลูกชายคนเล็กนั่งเก้าอี้เอ็มดี BMN เตรียมพร้อมเข้าตลาดหุ้นปี 2560

“ปลิว” ส่งลูกชายคนเล็กนั่งเก้าอี้เอ็มดี BMN เตรียมพร้อมเข้าตลาดหุ้นปี 2560

นายณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ (BMN) บริษัทลูกของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เปิดเผยว่า ในปี 2560 จะนำ BMN เข้าระดมทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจ ทั้งความชัดเจนการได้สิทธิสัมปทานเดินรถส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน รวมถึงการได้สิทธิเข้าบริหารพื้นที่ของรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งสิทธิเดินรถเป็นของ BEM จะเปิดบริการในวันที่ 12 ส.ค. 2559 ซึ่งจะเห็นความชัดเจนการได้สิทธิเข้าบริหารพื้นที่ภายในปีนี้ ส่งผลให้บริษัทมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมาก และสายสีชมพูที่ BEM มีความสนใจ

“ผมเพิ่งมารับตำแหน่งเอ็มดีใหม่ปลายปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งมีนโยบายจะนำ BMN แยกเข้า ตลท. แต่ไม่ได้เร่งรีบเพราะต้องการสร้างธุรกิจให้โตก่อน” นายณัฐวุฒิ กล่าว

สำหรับรายได้ในปี 2559 ของ BMN ตั้งเป้าการเติบโตไว้ประมาณ 10% จากปี 2558 ที่มีรายได้ประมาณ 450-470 ล้านบาท โดยสื่อโฆษณาในระบบรถไฟฟ้ายังสามารถเติบโตมากกว่าอุตสาหกรรมสื่อ เพราะเป็นช่องทางที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้ในการเดินทาง อีกทั้งบริษัทยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราค่าโฆษณาในบางพื้นที่ที่มีการสัญจรหนาแน่นเฉลี่ยอยู่ที่ 5-10% ต่อปี

นอกจากนี้ ในไตรมาส 3 ปี 2559 บริษัทจะมีพื้นที่ค้าปลีกเพิ่มเป็น 7 สถานี จากปัจจุบันที่มี 5 สถานี มาจากสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและลาดพร้าว

ทั้งนี้ ธุรกิจของ BMN ดำเนินธุรกิจ 3 ประเภท คือ การให้เช่าพื้นที่โฆษณาในสถานีรถไฟฟ้า การบริหารพื้นที่เช่าร้านค้าปลีก และการให้เช่าพื้นที่ในสถานีรถไฟฟ้า เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่

นางพเยาว์ มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ BEM กล่าวว่า อยู่ระหว่างขั้นตอนเตรียมความพร้อมนำ BMN เข้าจดทะเบียนใน ตลท. ซึ่งขณะนี้ได้แต่งตั้ง นายณัฐวุฒิ เป็นกรรมการผู้จัดการคนใหม่ เพื่อรับหน้าที่ในการดำเนินการในเรื่องนี้ ทั้งนี้จะต้องจัดโครงสร้างสื่อโฆษณาบนทางด่วนไปรวมเป็นหน่วยธุรกิจเดียวกันของ BMN 

ขณะที่ BEM มีความแข็งแกร่ง ด้านการเงิน มีความสามารถในการสร้างเงินสดไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท/ปี ดังนั้นในช่วง 3 ปีข้างหน้ามีความสามารถลงทุนโดยใช้ช่องทางสินเชื่อโครงการมูลค่าโครงการรวม 2-3 หมื่นล้านบาท ด้วยอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) 3 เท่า

ด้านช่องทางการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์ฟันด์) เป็นช่องระดมทุนที่บริษัทสนใจแต่ปัจจุบันยังมีต้นทุนทางการเงินที่สูงกว่าการกู้และการออกหุ้นกู้

“การเติบโตของรายได้บริษัทปกติจะโตเรื่อยๆ แบบขั้นบันได แต่ใน 3-5 ปีข้างหน้าเมื่อมีโครงการใหม่เสร็จเพิ่มเข้ามาจะเป็นปัจจัยช่วยให้รายได้โตแบบก้าวกระโดด” นางพเยาว์ กล่าว

นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร BEM กล่าวว่า พอใจกับราคาหุ้น BEM ที่เกิดจากการควบรวมระหว่างบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) กับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) เข้าซื้อขายใน ตลท.เป็นวันแรกในวันที่ 5 ม.ค. 2559 และมั่นใจว่าผู้ถือหุ้น BEM จะได้รับเงินปันผลตั้งแต่ปีแรกจากผลการดำเนินงวดปี 2558 ด้วย

ทั้งนี้ บริษัทมีดี/อีต่ำเพียงประมาณ 1.3 เท่า สามารถลงทุนรองรับโครงการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียนที่ยังมีความจำเป็นต้องการใช้ระบบโครงสร้างพื้นฐานอีกจำนวนมากในอนาคต โดยปัจจุบันให้ความสนใจในประเทศเมียนมา ซึ่งจะเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่น

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่จะเห็นการลงทุนโครงการใหม่ๆ ในอนาคตอีกหลายโครงการ ทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าที่บริษัทมีความพร้อมสนใจทั้งรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีม่วง รวมถึงสายสีแดง เหลืองที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะเข้าช่วยส่งต่อให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มจำนวนมากขึ้น อีกทั้งยังสนใจโครงการรถไฟทางคู่ในประเทศด้วย

สำหรับรายได้ปี 2559 ของบริษัทมีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดดหรือเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก จากปี 2558 ที่มีรายได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เพราะช่วงเดือน ส.ค. 2559 จะเริ่มเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง อีกทั้งในเดือน ก.ค. 2559 จะเปิดให้บริการทางด่วนศรีรัช วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค