posttoday
Care for Carl ดึงดูดด้วยหน้าร้าน

Care for Carl ดึงดูดด้วยหน้าร้าน

05 มกราคม 2559

โดย...ร้านรองเท้าแฟชั่นแคร์

โดย...ร้านรองเท้าแฟชั่นแคร์

ฟอร์ คาร์ล (Care for Carl) ยึดทำเลที่ตั้งย่านประตูน้ำ ในศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ มานานร่วมเกือบ 5 ปี ที่ปัจจุบันย้ายไปอยู่บนตึกใหม่ของศูนย์ฯ บนชั้น 5 แหล่งรวมกลุ่มสินค้าเครื่องประดับของตกแต่งแฟชั่นกระเป๋ารองเท้า บอกเล่าถึงเทคนิคการทำธุรกิจครอบครัว ที่สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการดำเนินการ

พิทวัส บุญไชย ผู้ร่วมบริหารและเจ้าของร้าน Care for Carl ผู้ทำตลาดรองเท้าแฟชั่น เล่าที่มาว่าธุรกิจเริ่มขึ้นเมื่อราวเกือบ 5 ปีก่อน จากตัวคุณแม่ที่สนใจอยากทำธุรกิจของครอบครัวขึ้นมา และมองเห็นโอกาสของตลาดรองเท้าแฟชั่นในย่านการค้าประตูน้ำในช่วงนั้น ที่ยังไม่มีรายใดเข้ามาทำตลาดรองเท้ากลุ่มแฟชั่นมากนัก ซึ่งผิดกับในช่วงหลังๆ ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าเริ่มมีผู้ทำสินค้ากลุ่มเดียวกันนี้เป็นจำนวนมากขึ้น

ขณะที่รูปแบบของการทำธุรกิจของทางร้าน จะใช้วิธีเรียบง่าย โดยสมาชิกครอบครัวหลักๆ แต่ละคน จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบในด้านที่ตัวเองถนัด อย่างตัวคุณแม่จะดูเรื่องการตัดสินใจคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) ที่มีการออร์เดอร์แต่ละครั้งจำนวนมากๆ ส่วนตัวพี่ชาย จะดูด้านการสั่งผลิตสินค้าทั้งที่นำเข้าจากต่างประเทศ และในประเทศ ส่วนตัวของ พิทวัส เองจะรับผิดชอบหน้าร้าน การดิสเพลย์สินค้า และการตัดสินใจเลือกแบบรองเท้าแต่ละคอลเลกชั่น เข้ามาทำตลาดในไทย

“การทำการค้าที่ต้องเจอกับกลุ่มลูกค้าทั้งค้าส่งและค้าปลีก ที่เข้ามาหาซื้อสินค้าในแหล่ง หรือย่านการค้าแบบนี้ อีกหนึ่งหัวใจสำคัญ คือ การบริการที่มาจากหน้าร้าน โดยเมื่อลูกค้าที่มาร้านและได้เจอกับเจ้าของร้านเอง และได้รับการแนะนำ มีการพูดคุยกันก็ช่วยสร้างความเป็นกันเอง และรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้” พิทวัส เล่า

นอกเหนือจากการเป็นฝ่ายดูแลหน้าร้านแล้ว ขณะเดียวกันยังมีหน้าที่รับและส่งออร์เดอร์สินค้าตามแบบที่ลูกค้าต้องการไปยังโรงงานในประเทศ ซึ่งจะมีช่างประจำเป็นผู้ผลิตสินค้า พร้อมรับสินค้าที่นำเข้ามาทำตลาดจากจีนและไต้หวัน

สำหรับจุดเด่นรองเท้าร้านแคร์ ฟอร์ คาร์ล คือ ราคา และคุณภาพสินค้า อย่างบางรุ่นราคาขายปลีกต่ำสุดจะอยู่ที่คู่ละ 299 บาท ส่วนราคาสูงสุดจะอยู่ที่ 2,500 บาท ซึ่งจะมีทั้งประเภทรองเท้าหุ้มส้น คัตชูใส่ทำงานทั่วไป และรองเท้าส้นสูง สำหรับออกงานต่างๆ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การทำตลาดสินค้าแฟชั่นในย่านการค้าแห่งนี้เกือบ 5 ปีที่ผ่านมานี้ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จากหลายปัจจัยทั้งเศรษฐกิจและการเมือง ที่กระทบอารมณ์และบรรยากาศการจับจ่ายของผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีเจ้าของธุรกิจร้านค้าบางรายในทำเลเดียวกัน ต้องปิดกิจการลงจากภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น และไม่มีสายป่านที่ยาวพอ

ส่วนของทางร้าน ในช่วงปีที่ผ่านมานี้ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้ออยู่บ้าง และใช้วิธีการประคับประคองธุรกิจเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ รวมถึงบริหารด้านการผลิตสินค้าที่ในปีนี้มีการปรับลดกำลังการผลิตรองเท้าลงเกือบ 80% เพื่อให้มีสินค้าที่พอเหมาะกับการทำตลาดหน้าร้าน โดยไม่ต้องแบกรับภาระด้านการบริหารสต๊อกมากนัก

นอกจากนี้ หากเป็นช่วงที่ยอดขายสินค้าหายไปนานๆ จากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ทางร้านก็จะนำสินค้ารองเท้าบางคอลเลกชั่นมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายโดยจำหน่ายราคาเท่าทุน เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคให้เข้ามา ซึ่งดีกว่าเก็บรองเท้าในสต๊อกไว้เฉยๆ และไม่สามารถระบายออกไปได้ ด้วยการทำธุรกิจแฟชั่นนั้น สินค้ามักหมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าหลักของทางร้าน แบ่งเป็นค้าส่ง 60% และ กลุ่มค้าปลีก 40% พร้อมทำตลาดออนไลน์ ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยตั้งกลุ่มแคร์ช็อปขึ้นมาเพื่อแนะนำสินค้าใหม่ๆ ให้กับลูกค้าซึ่งส่วนมากจะเป็นพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยกลุ่มค้าส่ง โดยร้านจะมียอดจำหน่ายรองเท้าผ่านหน้าร้านเฉลี่ย 3,000 คู่/เดือน รวมถึงในส่วนของการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

สำหรับการทำธุรกิจในปีนี้ ทางร้านยอมรับว่ายังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ใดๆ ได้ หรือจะได้รับมาตรการใดๆ มาช่วยเหลือผู้ประกอบการจากภาครัฐ ด้วยช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็ต่างช่วยเหลือตัวเองอยู่แล้ว และมองว่าในปีนี้จะเป็นเรื่องของการวัดกันที่ทุนทางธุรกิจมากกว่า เพื่อประคองกิจการรอช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว

ธุรกิจที่มีความมุ่งมั่นและทุ่มเท พร้อมปรับตัวตามสถานการณ์ ที่ยังสามารถประคองกิจการให้อยู่ได้จากฐานลูกค้าเดิม

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน