
เร่งรัฐดูแลกลุ่มเทิร์นอะราวด์
สมาคมส่งออกเอสเอ็มอี ชี้รายย่อยกลุ่มเทิร์นอะราวด์ มีปัญหาหนักสุดกว่า 1 ล้านราย
สมาคมส่งออกเอสเอ็มอี ชี้รายย่อยกลุ่มเทิร์นอะราวด์ มีปัญหาหนักสุดกว่า 1 ล้านราย
นายเทพทัย สุริยลักษณ์ นายกสมาคมผู้ส่งออกเอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีไทยในระบบกว่า 2.7 ล้านรายในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้เริ่มต้นธุรกิจ (สตาร์ทอัพ) 2.กลุ่มปรับปรุงธุรกิจ (เทิร์นอะราวด์) และ 3.กลุ่มธุรกิจที่กำลังเติบโต (ไรซิง สตาร์) ซึ่งพบว่าเอสเอ็มอีกลุ่มเทิร์นอะราวด์จำนวนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านราย หรือเกือบ 50% ประสบปัญหาและต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐมากที่สุด
สำหรับปัญหาหลักของผู้ประกอบการกลุ่มนี้มาจากปัจจัยการปรับตัวทางธุรกิจจากเดิมที่ส่วนใหญ่จะมีความถนัดและชำนาญในภาคการผลิตตามคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) เป็นหลัก และเมื่อประสบปัญหาด้านต้นทุนผลิตสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้าน ซึ่งส่งผลให้ออร์เดอร์หายไปด้วย และกระทบต่อรายได้กิจการตามมา
อย่างไรก็ตาม แม้ภาครัฐจะออก มาตรการช่วยเหลือรายย่อย ทั้งในโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 4% และปรับลดภาษีนิติบุคคล 10% ในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม แต่ก็ยังไม่ได้เข้ามาแก้ปัญหาได้เท่าที่ควร ด้วยเมื่อเจ้าของกิจการได้ทุนมาต่อยอดเพื่อผลิตสินค้าออกมาทำตลาดได้ต่อไป แต่สุดท้ายก็จะเข้าสู่วงจรเดิมคือ ผลิตสินค้าออกมาจำนวนมากหรือล้นสต๊อกแต่สุดท้ายไม่มีตลาดระบายให้
ขณะที่การเข้ามาช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทยของภาครัฐ นับจากนี้ไปควรเป็นเรื่องการหาตลาดใหม่ให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งยังไม่ต้องมองว่าเอสเอ็มอีจะพร้อมหรือไม่พร้อม เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แต่ให้มองหาว่าตลาดไหนมีความเหมาะสมกับสินค้าไทย ด้วยปัจจุบันจะลงล่างก็ไปไม่ได้ ด้วยมีคู่แข่งด้านต้นทุนผลิตที่ถูกกว่าหรือหากจะไปตลาดบนสุดสินค้าไทยก็ยังไปไม่ได้
“ตอนนี้เปรียบเหมือนทุกคนจะต้องขึ้นเวทีมวยเออีซี ถ้าคุณไม่ต่อยคุณก็โดนเค้าต่อยแน่นอน ซึ่งก่อนจะขึ้นเวทีก็ต้องวางแผนมีการสนับสนุนจากภาครัฐด้านยุทธศาสตร์ต่างๆ อย่างตอนนี้ในเชิงลึกเรามีแล้ว แต่ยังขาดเชิงรุกที่จะให้อาวุธเอสเอ็มอีออกไปสู้ ซึ่งเชื่อว่าในปี 2559 ส่งออกรายย่อยจะยิ่งเหนื่อยขึ้นหากรัฐไม่เข้ามาดูแล” นายเทพทัย กล่าว
สำหรับนโยบายสนับสนุนเอสเอ็มอีในช่วงที่ผานมา อย่างการเปิดตลาดค้าชายแดนหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น พบว่ามีผู้ประกอบการรายย่อยน้อยรายที่จะเข้าตลาดได้จริง เพราะไม่สามารถเข้าไปชิงพื้นที่ขายกับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เข้าไปจับจองพื้นที่ก่อนหน้านี้ได้ เมื่อเข้าไปต้องแบกต้นทุนสูง







