
ตลาดแฮนด์เมดขยายตัว ในยุคอี-คอมเมิร์ซรุ่งเรือง
พื้นที่ค้าออนไลน์เจ้าใหญ่อย่างอเมซอนดอตคอม กำลังบุกตลาดการค้าผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดออนไลน์
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
พื้นที่ค้าออนไลน์เจ้าใหญ่อย่างอเมซอนดอตคอม กำลังบุกตลาดการค้าผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบัน เอ็ทซี (Etsy) กำลังครองตลาดอยู่ โดยเปิดตัวแพลตฟอร์มสำหรับแฮนด์เมดไปเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา และมีพ่อค้าแม่ค้า 5,000 คน จาก 60 ประเทศทั่วโลกที่สนใจเข้าร่วม
นอกจากอเมซอนและเอ็ทซีแล้ว เฟซบุ๊ก พินเทอร์เรส และอินสตาแกรม โซเชียลมีเดียชื่อดังทั้งสาม ก็มีแนวโน้มที่จะเจาะตลาดผู้ค้าสินค้าแฮนด์เมดเช่นเดียวกันในอนาคต แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดสินค้าแฮนด์เมด
ขณะเดียวกัน ยูทูบ ครีเอทีฟไลฟ์ สกิลแชร์ และสกูล เฮาส์ คราฟต์ ต่างกลายเป็นพื้นที่แบ่งปันความรู้และเทคนิคผ่านทางวิดีโอและตัวหนังสือ ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นพื้นที่ในการช่วยส่งเสริมการขายและการสร้างแบรนด์ให้กับผู้ใช้ได้ใช้ประโยชน์สำหรับการค้าสินค้าแฮนด์เมดออนไลน์อีกด้วย
การบุกตลาดสินค้าแฮนด์เมด ส่งผลให้ผู้ค้าผันตัวเองจากงานอดิเรกธรรมดาๆ กลายเป็นสินค้าสำหรับขาย บางคนก็ทำเพื่อความสนุก แต่ในขณะที่บางคนก็ทำเพื่อปากท้อง
“ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว” มาริโอ มิยาชิโระ ศิลปินที่ขายเครื่องเพชรและสินค้าแฮนด์เมดเป็นอาชีพตั้งแต่ปี 1993 กล่าว
มายาชิโระ ซึ่งปัจจุบันเปิดเว็บไซต์ไอเมคคิวสตัฟฟ์ (imakecutestuff) เพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้ค้าสินค้าแฮนด์เมดรุ่นใหม่ ให้เหตุผลว่า การเข้ามาของอินเทอร์เน็ตทำให้สามารถจัดการร้านค้าผ่านทางออนไลน์ได้ และทำให้คนที่ทำงานอดิเรกไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นช่องทางการค้าโดยไม่จำเป็นต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป
ผู้เชี่ยวชาญสินค้าแฮนด์เมด ระบุว่า สำหรับนักค้าสินค้าแฮนด์เมดออนไลน์แล้ว มีสามคำต้องจำไว้อยู่เสมอ คือ “ค้าออนไลน์” “ขายตามงานแฟร์” และ “ค้าส่ง”
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ค้าสินค้าออนไลน์แล้ว การจะประสบความสำเร็จในตลาดที่กว้าง ซึ่งหมายถึงการแข่งขันสูงที่ตามมานั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“ปัญหาคือ เมื่อมีคนเข้ามามาก นักประดิษฐ์หรือเมกเกอร์บางคนสามารถปรับตัวเข้าหาช่องทางการขายได้ แต่สำหรับบางคนการหาช่องทางขายสำหรับวันหยุดยาวเป็นเรื่องยาก ซึ่งวันหยุดยาวเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด” มายาชิโระ กล่าว
มาเรีย รัวโน นักค้าสินค้าแฮนด์เมดออนไลน์จากซีแอตเทิล เปิดเผยว่า ในขณะนี้ตลาดมีนักประดิษฐ์จำนวนมาก และสามารถทำเงินได้จากการค้ากระจกที่ประดิษฐ์จากวัสดุรีไซเคิลได้มาก อย่างไรก็ตาม รัวโน กลับปิดร้านค้าออนไลน์ลง
รัวโน ระบุว่า หลังจากที่มีหลายคน “ลอก” สินค้าไปขาย จึงได้ตัดสินใจปิดร้านค้าออนไลน์ลง และหันไปเอาดีด้านงานแฟร์ ซึ่งสามารถสัมผัสกับลูกค้าได้ดีกว่า และยังใช้เวลาน้อยกว่าการค้าออนไลน์
แม้เทคโนโลยีจะทำให้ผู้ค้าเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ง่ายขึ้น และกว้างขึ้น แต่อีกนัยหนึ่งกลับส่งผลให้นักประดิษฐ์สินค้าแฮนด์เมดต้องเผชิญกับการแข่งขันสูง บีบให้ต้องใช้เวลาและเงินทุนมากเพื่อเข้าแข่งขัน และสุดท้ายก็จะขาดทุนในที่สุด
เอ็ทซี พื้นที่ค้าออนไลน์สำหรับสินค้าแฮนด์เมดแห่งแรกที่เปิดบริการเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ระบุว่า มีร้านค้าเพียง 32.3% เท่านั้น ที่ยังไม่ปิดร้านลงหลังจากเปิดร้านได้ 3 ปี และสำหรับร้านค้าที่อยู่รอด ก็สามารถทำรายได้เฉลี่ยได้มากกว่า 1.3 หมื่นเหรียญสหรัฐ/ปี (ราว 4.68 แสนบาท)
“การหาเงินง่ายๆ และการขายสินค้าแฮนด์เมดง่ายๆ เป็นภาพลวงตา และยากที่จะทำเพื่ออยู่จริงๆ” มายาชิโระ ระบุ







