
กลยุทธ์การลงทุนทองต้อนรับปีวอก
การลงทุนในทองคำสำหรับปี 2559 ยังคาดว่าจะมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง โดยจะผกผันกับค่าเงินเหรียญสหรัฐที่มักจะมีความผันผวนไปตามกระแสของข่าวในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่จะมีในปี 2559 นี้ อันคาดว่าเฟดน่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกประมาณ 4 ครั้ง โดยมีเป้าหมายของอัตราดอกเบี้ยที่ระดับประมาณ 1.375% ทั้งนี้การตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทุกครั้งในการประชุมเฟดจะต้องนำข้อมูลเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาอย่างต่อเนื่องทุกๆ สัปดาห์มาประกอบการพิจารณา ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจที่เฟดให้ความสำคัญมากที่สุด ได้แก่
การลงทุนในทองคำสำหรับปี 2559 ยังคาดว่าจะมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง โดยจะผกผันกับค่าเงินเหรียญสหรัฐที่มักจะมีความผันผวนไปตามกระแสของข่าวในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่จะมีในปี 2559 นี้ อันคาดว่าเฟดน่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกประมาณ 4 ครั้ง โดยมีเป้าหมายของอัตราดอกเบี้ยที่ระดับประมาณ 1.375% ทั้งนี้การตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทุกครั้งในการประชุมเฟดจะต้องนำข้อมูลเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาอย่างต่อเนื่องทุกๆ สัปดาห์มาประกอบการพิจารณา ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจที่เฟดให้ความสำคัญมากที่สุด ได้แก่
1) อัตราการว่างงาน ซึ่ง ณ ขณะนี้อยู่ที่ระดับ 5.0% โดยที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการคนว่างงานอยู่ต่ำกว่า 3 แสนราย ขณะที่การจ้างงานนอกภาคการเกษตรอยู่ในระดับสูงประมาณ 271-3 แสนตำแหน่ง
2) อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเฟดวางเป้าหมายไว้ที่ระดับ 2% หรืออาจจะมีการลดระดับต่ำลงมา เนื่องจากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ปรับตัวลงทำจุดต่ำสุดใหม่ในปีที่แล้วที่ระดับประมาณ 34 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้อัตราเงินเฟ้อน่าจะยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเป้าหมายเงินเฟ้อของเฟดปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2%
3) ภาวะเศรษฐกิจโดยรอบของโลก ซึ่งมักจะหมายถึงฝั่งยูโรโซนที่ยังมีสภาวะทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างเจริญเติบโตได้ช้า จึงจำเป็นที่ต้องมีการอัดฉีดเม็ดเงินหรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ทุกๆ เดือน ประมาณ 6 หมื่นล้านยูโร และคาดว่าจะมีการปรับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นจะเป็นตัวแปรส่วนหนึ่งในการตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด รวมไปถึงภาวะเศรษฐกิจของจีนที่เริ่มมีการเจริญเติบโตลดน้อยลงในปี 2558
ทั้งหมดนี้คือหลักในการที่เฟดจะนำไปประกอบการพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งการประชุมที่จะเกิดขึ้นครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 26-27 ม.ค. 2559 ขณะที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐเองยังมีทิศทางแข็งค่าอย่างต่อเนื่องจากสภาวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยค่าเงินยูโรก็ยังมีทิศทางหลักที่จะอ่อนค่าได้จากการใช้มาตรการคิวอี และในที่สุดตลาดยังวิเคราะห์ว่าการเคลื่อนไหวของเม็ดเงินลงทุนก็จะมีส่วนผลักดันทำให้ค่าเงินบาทยังมีทิศทางอ่อนค่าและค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งในประเทศไทยเองก็จะเห็นได้ว่า ราคาทองคำของไทยในปี 2558 มีการปรับตัวลดลงเพียง 4%
ในขณะที่ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวลดลงประมาณ 10% และมีอัตราการแกว่งของราคาอยู่ในกรอบปีที่แล้วระหว่าง 1,055-1,300 เหรียญสหรัฐ หรือมีช่วงการแกว่งประมาณ 250 เหรียญสหรัฐ สำหรับในปี 2559 บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ และกลุ่มบริษัทห้างทองแม่ทองสุก วิเคราะห์ว่าภาพรวมราคาทองคำจะเป็นทิศทางขาลงต่อในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 2559 โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 950-1,150 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าราคาทองคำมีโอกาสที่จะหลุดระดับ 1,000 เหรียญสหรัฐลงมาได้ โดยที่ราคาทองคำไทยน่าจะปรับตัวลดลงได้ไม่มากนัก และน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 17,600-19,000 บาท/บาททองคำ
การลงทุนในทองคำยังน่าสนใจอย่างยิ่ง
การที่ตลาดหุ้นของทั่วโลกยังมีความผันผวนต่อเนื่อง รวมทั้งตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องจนหลุดระดับ 1,300 จุดลงมา ทำให้ภาพรวมตลาดหุ้นดูจะเงียบเหงาซบเซาลงไป และคาดว่าจะปรับตัวลงมาต่อเนื่องในช่วงกลางปี 2559 ด้วยซ้ำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการอัดฉีดเม็ดเงินของภาครัฐบาลที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้พลิกฟื้นหรือแข่งขันได้ในตลาดโลกมากยิ่งขึ้น สำหรับราคาทองคำสิ่งที่ย้ำเน้นคือ การลงทุนในลักษณะกลับไปกลับมาได้
กล่าวคือราคาทองคำมีทั้งการขึ้นและลงอย่างรวดเร็ว นักลงทุนที่ชอบการเก็งกำไรและสามารถรับความเสี่ยงได้ มักจะนิยมชมชอบ เนื่องจากจะสามารถทำกำไรได้รวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น อย่างไรก็ดี การศึกษาและการมีความรู้การลงทุนในทองคำอย่างถูกต้องมีความจำเป็นและสำคัญเป็นอย่างยิ่งมากขึ้นทุกวัน นักลงทุนในทองคำจึงควรที่จะเป็นผู้ติดตามสถานการณ์ของตลาดโลกได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยย้ำถึงการบริหารความเสี่ยงหรือการควบคุมความเสี่ยง ไม่ให้เกิดสภาวะขาดทุนมากเกินไป มีการติดตามแนวโน้มที่ดี รวมทั้งจำเป็นที่จะต้องมีวินัยในการลงทุนที่ถูกต้องแม่นยำ และขอย้ำว่าการลงทุนในทองนั้น นักลงทุนสามารถทำกำไรได้แม้ตลาดจะอยู่ในภาวะทิศทางขาลง







