
เปิดพอร์ตเลือกลงทุน
สำหรับภาพรวมการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว (Develop Market) ในปีหน้าคาดว่าจะได้รับผลดีจากเคลื่อนย้ายเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติไปยังสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยหลังจากธนาคารกลางสหรัฐมีแนวทางชัดเจนของนโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้งการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่จะทำให้สภาพคล่องยังคงมีอยู่ในระบบค่อนข้างมากยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยงอย่างเช่น ตลาดหุ้นต่อไปในปีหน้า ซึ่งมุมมองผมในตลาดหุ้นของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักๆ ของโลกช่วงครึ่งปีแรกมี ดังนี้
สำหรับภาพรวมการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว (Develop Market) ในปีหน้าคาดว่าจะได้รับผลดีจากเคลื่อนย้ายเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติไปยังสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยหลังจากธนาคารกลางสหรัฐมีแนวทางชัดเจนของนโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้งการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่จะทำให้สภาพคล่องยังคงมีอยู่ในระบบค่อนข้างมากยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยงอย่างเช่น ตลาดหุ้นต่อไปในปีหน้า ซึ่งมุมมองผมในตลาดหุ้นของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักๆ ของโลกช่วงครึ่งปีแรกมี ดังนี้
ตลาดหุ้นสหรัฐ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ แสดงความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะขยายตัว 2.4% ในปีนี้ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.6% โดยมีอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายในปี 2562 ที่ระดับ 2% ในภาพของการลงทุนในตลาดหุ้น ผมมองว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มที่ดี ปัจจัยพื้นฐานค่อนข้างแข็งแกร่ง หากพิจารณาอัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ (P/E ratio) อยู่ที่ประมาณ 16 เท่า ถือว่าปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับค่อนข้างแพงหากเทียบกับตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ อย่างไรก็ดี สำหรับโอกาสสร้างผลตอบแทนยังมีอยู่ ซึ่งกลยุทธ์การลงทุนควรเน้นการคัดเลือกลงทุนหุ้นเป็นรายตัวที่ยังมีโอกาสเติบโต ราคายังไม่สูงจนเกินไป และปัจจัยพื้นฐานยังมีแนวโน้มที่ดี อาทิ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย กลุ่มเฮลธ์แคร์ เป็นต้น
ตลาดหุ้นยุโรป การขยายเวลามาตรผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ออกไปอีก 6 เดือน ส่งผลดีต่อค่าเงินยูโรและตลาดหุ้นยุโรป อีกทั้งมองว่าทาง ECB ยังสามารถเพิ่มมาตรการผ่อนคลายทางการเงินอื่นๆ ได้อีก หากเศรษฐกิจของแถบยูโรโซนยังมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ เพิ่มเติม โดยในภาพการลงทุน ผมมองว่าหุ้นขนาดใหญ่ของประเทศพัฒนาแล้วในแถบยูโรโซน ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ มีความน่าสนใจ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีมูลค่าหุ้นที่ยังถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเทียบกับประเทศสหรัฐ
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ผมค่อนข้างมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น แม้ว่าเศรษฐกิจประเทศญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน แต่ก็เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่ค่อยๆ ดีขึ้น ซึ่งยังต้องติดตามผลจากการกระตุ้นภาคการบริโภคและการลงทุนของภาครัฐบาล หลังจากที่รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณปี 2559 ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 เม.ย. 2559 อยู่ที่ 96.72 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 อยู่ที่ 96.3 ล้านล้านเยน ด้านภาพการลงทุนยังคงอยู่ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นยุโรป โดยกำไรของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับภาคการส่งออกจะได้ผลดีจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่า โดยในช่วงไตรมาสแรกตลาดคาดการณ์ค่าเงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่าอยู่ที่ระดับประมาณ 124 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ดังนั้น หากดัชนีปรับตัวต่ำกว่า 18,000 จุด ผมมองว่าเป็นโอกาสเข้าลงทุน
อย่างไรก็ดี การลงทุนในตลาดหุ้นของแต่ละประเทศ หรือแต่ละภูมิภาคย่อมมีความแตกต่างกัน ซึ่งการเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมจะเป็นการลดความเสี่ยงเรื่องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะผู้ลงทุนที่ไม่สะดวกในการติดตามข่าวสาร สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจการลงทุนในต่างประเทศ สามารถปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของ บลจ.วรรณ ซึ่งจะให้คำแนะนำการลงทุนแก่ท่านได้อย่างละเอียด อย่างไรก็ดี ก่อนตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นต่างประเทศผู้ลงทุนจะต้องคำนึงนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุนก่อนการลงทุนด้วยครับ
• นักลงทุนสามารถสอบถามเพิ่มเติมและขอรับร่างหนังสือชี้ชวนได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้าและสนับสนุนธุรกิจที่หมายเลข 02-659-8888 ต่อ 1 ครับ
• “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”







