posttoday
บจ.ออกหุ้นกู้1.3หมื่นล.

บจ.ออกหุ้นกู้1.3หมื่นล.

05 มกราคม 2559

หุ้นกู้ 7 บริษัทจ่อขายสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่เดือน ม.ค.นี้ 1.35 หมื่นล้าน

หุ้นกู้ 7 บริษัทจ่อขายสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่เดือน ม.ค.นี้ 1.35 หมื่นล้าน

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ขณะนี้สำนักงานได้รับแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ที่บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ได้ยื่นขออนุญาตเพื่อดำเนินการขายหุ้นกู้ในช่วงเดือน ม.ค. 2559 แล้วกว่า 1.35 หมื่นล้านบาท โดยมี 7 บจ.ที่กำหนดวงเงินและวันที่จะขายหุ้นกู้แล้ว และหุ้นกู้ที่จะขายนั้นจะขายให้กับนักลงทุนรายใหญ่และสถาบันเป็นหลัก

สำหรับบริษัทที่จะขายประกอบด้วย บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) จะขายหุ้นกู้อายุ 5 ปี วงเงิน 1,500 ล้านบาท บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) ขายหุ้นกู้วงเงิน 3,000 ล้านบาท อายุ 4 ปี จ่ายดอกเบี้ยให้กับนักลงทุนในอัตรา 5.6% บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) ขายหุ้นกู้อายุ 3 ปี วงเงิน 3,000 ล้านบาท บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (MJD) ขายหุ้นกู้อายุ 3 ปี วงเงิน 500 ล้านบาท จะจ่ายดอกเบี้ย 5.4% ให้กับผู้ลงทุน บริษัท พรีเชียสชิพปิ้ง (PSL) จะขายหุ้นกู้อายุ 5 ปี วงเงิน 3,500 ล้านบาท โดยจะจ่ายดอกเบี้ย 5.25% ให้กับนักลงทุน บริษัท ทีทีซีแอล (TTCL) จะขายหุ้นกู้อายุ 5 ปี วงเงิน 1,075 ล้านบาท ซึ่งจะจ่ายดอกเบี้ยให้กับนักลงทุน 4.4% และบริษัท เชาว์สตีล อินดัสทรี้ (CHOW) จะขายหุ้นกู้อายุ 2 ปี วงเงิน 1,000 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยให้กับนักลงทุนในอัตรา 5.25%

น.ส.วัฒนา ถิรานุชิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส เรทติ้งคาดว่าการระดมเงินด้วยการออกหุ้นกู้ของภาคธุรกิจน่าจะอยู่ในระดับ 4.5-5.5 แสนล้านบาท เพราะต้นทุนทางการเงินที่ถูกกว่าการกู้เงินจากสถาบันการเงินถึง 3-4% และถือเป็นแหล่งเงินที่สามารถล็อกต้นทุนดอกเบี้ยไว้ได้ตามระยะเวลาที่ต้องการ และสามารถรู้ต้นทุนทางการเงินในการดำเนินงานได้อย่างแน่นอน

“ชัดเจนในกรณีที่ตลาดคาดกันว่าดอกเบี้ยจะขึ้น หากกู้เงินกับสถาบันการเงินจะมีระยะเวลาการกู้ที่ไม่ได้นานนัก เมื่อดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงก็ต้องขึ้นตามตลาด แต่การออกหุ้นกู้จะมีระยะเวลาที่แน่นอน ดังนั้นจะเห็นว่าภาคธุรกิจเข้าใจและเห็นความสำคัญของตลาดหุ้นกู้ชัดเจนมากขึ้น”

นอกจากนี้ การที่สถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อหลังมีปัญหาในเรื่องของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ก็จะทำให้การอนุมัติสินเชื่อยากขึ้น และจะเห็นว่าที่ผ่านมานั้นธุรกิจรายกลางและธุรกิจประเภทธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จะเข้ามาในตลาดหุ้นกู้มากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจรายกลางจะเข้าสู่ตลาดหุ้นกู้มากขึ้นและชัดเจน ในรอบปีที่ผ่านมามีบริษัทที่มาให้ทริส เรทติ้ง จัดอันดับความน่าเชื่อถือให้ในกรณีที่เป็นลูกค้าใหม่มากถึง 28-29 ราย ซึ่งถือว่าสูงกว่าปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 15 รายเท่านั้น และทำให้ทั้งปีลูกค้าที่ทริส เรทติ้ง จัดเครดิตให้อยู่ที่ 165 ราย และอนาคตจะเพิ่มมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า ปี 2558 มีจำนวนผู้ออกหุ้นกู้ระยะสั้นรวม 180 บริษัท เพิ่มจากปี 2557 ที่มี 133 บริษัท ขณะที่มีผู้ออกรายใหม่จำนวน 62 บริษัท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่มี 56 บริษัท โดยทั้งปี 2558 มีผู้ออกหุ้นระยะสั้นและยาวสูงสุดเป็นประวัติการณ์จำนวน 314 บริษัท จากปี 2557 ที่ 223 บริษัท

สำหรับปี 2559 ภาคเอกชนจะออกหุ้นกู้ระยะยาวลดลงเหลือ 5.2-5.52 แสนล้านบาท จากปี 2558 ที่ประมาณ 5.7 แสนล้านบาท เนื่องจากหลายปัจจัย เช่น แนวโน้มดอกเบี้ยเริ่มขยับขึ้น จากก่อนหน้านี้ธุรกิจได้ออกหุ้นกู้เพื่อล็อกต้นทุนการเงินไปแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ออกคือธนาคารพาณิชย์

ทั้งนี้ การออกหุ้นกู้ในปี 2559 แบ่งเป็นการออกหุ้นกู้ใหม่มูลค่า 2.76-3.06 แสนล้านบาท บนสมมติฐานที่การขยายตัวของเศรษฐกิจจะเติบโตประมาณ 3-4%

อย่างไรก็ดี บริษัทในกลุ่มสื่อสารมีโอกาสที่จะออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ออกหุ้นกู้มูลค่า 3.8 หมื่นล้านบาท หลังจากปี 2557 ได้ออกขายสูงถึง 9.84 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุน หลังจากต้องชำระเงินค่าประมูลใบอนุญาต 4จี ในราคาที่สูงมาก และหุ้นกู้ของบริษัทพลังงานทดแทนยังมีโอกาสที่จะออกเพิ่มขึ้นอีก

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2558 ทริส เรทติ้ง จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ของ BCH ในวงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาท ของบริษัทที่ระดับ “A-” โดยเงินที่ได้รับจากการออกหุ้นกู้ชุดนี้จะนำไปชำระหนี้เงินกู้ระยะยาวของบริษัทและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกิจการ โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงความเป็นผู้นำของบริษัทในธุรกิจรักษาพยาบาลในกลุ่มคนไข้เงินสดที่มีรายได้ระดับปานกลางและกลุ่มคนไข้โครงการประกันสังคม รวมทั้งฐานรายได้ที่หลากหลายของบริษัท

อย่างไรก็ตาม การประเมินอันดับเครดิตยังคำนึงถึงภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นของบริษัทจากการขยายธุรกิจ ตลอดจนผลการดำเนินงานที่ยังไม่แข็งแกร่งของโรงพยาบาล World Medical Center (WMC) และการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจรักษาพยาบาล นอกจากนี้บริษัทยังมีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านสุขภาพของภาครัฐและความเสี่ยงจากการขยายธุรกิจในอนาคตด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน