posttoday
ปรับตัว... เพื่ออยู่รอด

ปรับตัว... เพื่ออยู่รอด

03 มกราคม 2559

ตัวอย่างของธุรกิจที่มีไดนามิกในการปรับตัวสูง และแทบจะเป็นต้นแบบการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจเลยนั่นคือ ธุรกิจธนาคารพาณิชย์

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ตัวอย่างของธุรกิจที่มีไดนามิกในการปรับตัวสูง และแทบจะเป็นต้นแบบการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจเลยนั่นคือ ธุรกิจธนาคารพาณิชย์

บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า นับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจเป็นต้นมา ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ของประเทศอย่างมาก การทำธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป ธนาคารไม่ได้อยู่ได้ด้วยการปล่อยสินเชื่อและมีกำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ยอีกต่อไป

ตลาดเงินตลาดทุนเปลี่ยนแปลงไปมาก ลูกค้าสามารถที่จะออกหุ้นกู้ระดมทุนโดยตรงจากนักลงทุน โดยมีธนาคารทำหน้าที่แค่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินผู้จัดจำหน่าย เป็นต้น สัดส่วนรายได้ของธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเริ่มมีรายได้จากค่าธรรมเนียมให้บริการต่างๆ มากขึ้น

เมื่อระบบการชำระเงินแห่งชาติเริ่มใช้ได้เต็มรูปแบบ ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของการให้บริการธนาคารพาณิชย์ไปอีกระดับหนึ่ง

แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย ฉายภาพการปรับตัวของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ว่า ในอดีตธุรกิจธนาคารอาจถูกมองเป็นเสือนอนกิน แต่ปัจจุบันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว ทุกธนาคารต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ ในอดีตธนาคารแข่งขันกันเปิดสาขา เพื่อที่จะให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุมที่สุด แต่ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทำให้สาขาไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไป ลูกค้าเลิกมาสาขาหันไปใช้บริการจากธนาคารทางอินเทอร์เน็ต ทางแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน ในคอมพิวเตอร์ ที่ใช้งานได้รวดเร็ว สะดวก ทุกที่ทุกเวลา

การเปิดบัญชี การเบิก ถอน โอนเงิน ก็ทำได้ง่ายมีเพียงบัตรประชาชนใบเดียวก็สามารถใช้บริการได้ทุกแห่ง หากมีธนาคารไหนออกบริการอะไรให้ความสะดวกกับลูกค้า อีกไม่นานก็จะมีธนาคารอื่นออกบริการนี้เช่นกัน เช่น แอพพลิเคชั่นของธนาคารในสมาร์ทโฟน หากธนาคารไหนไม่มีก็ถือว่าเชย และจะสู้กับธนาคารอื่นไม่ได้

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงประเทศเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้ธนาคารทั้งระบบต้องลงทุนทางด้านเทคโนโลยีเพิ่มมหาศาล ปรับตัวเป็นดิจิทัลแบงก์กิ้งเต็มรูปแบบ ซึ่งธนาคารทุกแห่งตั้งทีมศึกษาและรับมือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมผู้บริโภค และรูปแบบของผลิตภัณฑ์และธุรกิจ

ปรับตัว... เพื่ออยู่รอด วิชัย อัศรัสกร

 

วิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาคการเกษตรก็จะต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดเช่นกัน ชัดเจนว่าในปีนี้ภาคเกษตรจะเจอกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ธุรกิจอาหารไทยกำลังเผชิญปัญหารอบด้าน อย่างน้อย 5 เรื่อง คือกฎระเบียบสหภาพยุโรปเรื่องทำประมง ไอยูยู ฟิชชิ่ง หรืออเมริกา เรื่องสิทธิมนุษยชน

เรื่องความปลอดภัยทางอาหาร วันนี้ผู้บริโภคก็มีการเลือกสรรมากขึ้น ไม่เพียงแต่อาหารส่งออกต้องได้มาตรฐานสูง อาหารบริโภคในประเทศก็จะต้องมีมาตรฐานการผลิตที่สูงขึ้นเช่นกัน

ปัญหาภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ผลผลิตการเกษตรตกต่ำ ตรงนี้ควบคุมยากเป็นสภาวะที่กดดัน

เรื่องภัยพิบัติ เรื่องของน้ำแล้ง เราจะปรับตัวอย่างไร และปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตร ที่นับวันเกษตรกรมีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ รุ่นหนุ่มสาวก็ไม่สนใจภาคเกษตรเพราะรายได้ค่อนข้างน้อย

“ปัญหาใหญ่ที่สุดคือทัศนคติตัวเกษตรกร หากยังทำแบบเดิม ไม่เปลี่ยนวิธีคิด วิธีผลิตคงจะอยู่ยาก ดังนั้นแนวทางแก้ไขปัญหาตอนนี้มีหลายวิธี คือการรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์เพื่อสร้างความเข้มแข็ง และนำวิทยาการใหม่ๆ มาช่วยลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต โดยที่รัฐต้องอำนวยความสะดวกบางอย่าง โดยหอการค้าไทยจะนำความรู้ของภาคธุรกิจไปช่วยเหลือเกษตรกรในการทำสหกรณ์ โดยใช้ชื่อโครงการ 1 หอการค้า 1 สหกรณ์” วิชัย กล่าว

รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ยกตัวอย่างการปรับตัวของผู้ผลิตที่ใช้กรณีการตลาดนำการผลิต และประสบความสำเร็จ คือ โมเดลที่ จ.อ่างทอง และนครศรีธรรมราช โดยหอการค้าไปรับออร์เดอร์มา เกษตรกรจะผลิตตามออร์เดอร์เท่านั้น เมื่อรู้ว่าตลาดต้องการอะไร ปัญหาผลผลิตล้นตลาดก็หมดไป

หรือการใช้มาตรฐาน Thai GAP หรือมาตรฐานคุณภาพในการจัดการผักและผลไม้ที่เน้นความปลอดภัยเป็นการรับประกันสินค้าเกษตร ตอนนี้ที่ จ.สกลนคร ประสบความสำเร็จ เป็นแตงโมปลอดสารที่คนซื้อมั่นใจ ทุกวันนี้ปลูก 50 ไร่ เวลา 3 เดือน มีรายได้เป็นล้าน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน