
ฝันร้ายเมื่อต้องสัมภาษณ์
โดย...มัณฑนา รักษาชัด
โดย...มัณฑนา รักษาชัด
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง สุภาษิตจีนที่สามารถนำมาใช้ได้กับทุกสถานการณ์ ดั่งเช่นเรื่อง “การสัมภาษณ์” ซึ่งเป็นการทดสอบในขั้นสุดท้ายที่บริษัทใช้พิจารณาว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งหรือไม่ โดยผู้สมัครจะถูกพิจารณาและประเมินตั้งแต่บุคลิกภาพ การแต่งกาย มารยาท ทักษะการสื่อสาร การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จนถึงความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร
มัณฑนา รักษาชัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินบุคลิกภาพและพฤติกรรม ซึ่งเป็น Master Trainer ของระบบประเมิน Facet 5 จากประเทศอังกฤษ เป็นวิทยากรผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ สลิงชอท กรุ๊ป
เล่าว่า มีลูกค้าติดต่อเข้ามาอยากให้ที่ปรึกษาไปนั่งสัมภาษณ์ด้วย และระหว่างนั้นอยากให้ช่วยจับพฤติกรรม บุคลิกภาพไปพร้อมกัน
ยกตัวอย่าง ตำรวจที่เก่งยังต้องพึ่งพาเครื่องจับเท็จ และคุณหมอที่ชำนาญในการตรวจยังต้องอาศัยเครื่อง X-ray หรือ MRI ทั้งนี้เพราะคนเรามีพฤติกรรมที่คนอื่นมองเห็นและมีพฤติกรรมบางอย่างที่เขาสามารถซ่อนหรือหลบได้ หากเขามีประสบการณ์ในการตอบคำถามในการสัมภาษณ์ด้วย
เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์น้องคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้สมัครที่ต้องการเป็นผู้ช่วยทีมขายและมีประสบการณ์ในการเป็นเลขาฯ ผู้บริหารระดับสูง และมีความชำนาญด้านการจัดการเรื่องเอกสารและระบบต่างๆ มาก
จุดที่น่ากังวลคือ เธอจะสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นหลายๆ คนที่มีบุคลิกต่างกับเธอได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาดูแลนายคนเดียว เธอบอกว่าเธอทำได้สบายมาก ที่ผ่านมาต้องช่วยนายประสานคนมากมาย และก็มีหลายครั้งที่ต้องไปประสานกับทีมขาย ที่สำคัญคือต้องการทำงานกับบริษัทมาก เพราะที่ทำงานใกล้บ้าน
โชคดีที่ สลิงชอท กรุ๊ป มีเครื่องมือวัดบุคลิกภาพ (Facet 5) มาประกอบการสัมภาษณ์ ทำให้ลดเวลาในการเดาว่าอะไรน่าจะกลายมาเป็นฝันร้ายของทั้งเรา และเมื่อเขามาทำงานด้วยกันจริงๆ เช่นของท่านนี้ เครื่องมือเตือนเราว่าเธออาจไม่ชอบมากนักในการต้องติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น จึงทำให้เราเช็กข้อมูลอ้างอิงของน้องคนนี้ในเรื่องนี้มากขึ้น และให้ลองมาทดลองงานกับเรา 5 วันก่อน โดยยังไม่รับเป็นพนักงานประจำ
ผลที่ออกมาก็คือเธอทำงานได้ดีมาก เรียนรู้เร็ว เข้าใจระบบงาน แต่ปัญหาคือเธอไม่อยากติดต่อกับคนเยอะ และบอกว่าเธอคิดว่าเธอไม่เหมาะ เธออยากเป็นเลขาฯ เหมือนเดิมที่ติดต่อแค่กับนายเป็นส่วนใหญ่
ดังนั้น จึงขอสรุปแนวทางในการสัมภาษณ์เพื่อให้ได้คนที่ใช่มาร่วมงานด้วย ดังนี้
1.ก่อนการสัมภาษณ์เตรียมตัวก่อน ปัจจุบันคนมาสัมภาษณ์เตรียมตัวมากกว่าผู้สัมภาษณ์เสียอีก การเตรียมตัวเช่น คำถามที่ควรถาม เพื่อไม่ต้องเสียเวลา หลายคำถามถามไปก็ไม่ช่วยอะไร เช่น คุณจะทำงานที่นี่นานไหม ใครๆ ก็ต้องตอบว่าจะอยู่นาน
2.เวลาสัมภาษณ์ให้แน่ใจว่าถามมากกว่าพูด เรามาเพื่อถาม แต่ความจริงเราพบว่าผู้บริหารหลายคนเวลาสัมภาษณ์พูดมากกว่าถาม
3.ถ้ามีโอกาสให้ทดลองทำงานบางอย่างให้ดู โดยการจำลองสถานการณ์ บางองค์กรใช้การทำโฟกัส กรุ๊ป แล้วเฝ้าสังเกตพฤติกรรม จะได้เห็นพฤติกรรมเสมือนจริงว่าเวลาอยู่ร่วมกับผู้อื่นแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
4.หาตัวช่วย เช่น เครื่องมือวัดพฤติกรรมที่น่าเชื่อถือที่ไม่ง่ายเกินไปที่คนจะเดาได้ว่าควรตอบอย่างไร เพื่อเอามาดูพฤติกรรมโดยธรรมชาติที่เป็นตัวตนจริงๆ ก่อนปรับ
5.สุดท้ายก่อนรับอย่าลืมเช็กข้อมูลจากที่ทำงานเก่า ไม่จำเป็นต้องเช็กจากฝ่ายทรัพยากรบุคคลอย่างเดียว ถ้ามีคนในที่รู้จัก หรือตอนนี้มีแหล่งอ้างอิงอื่นๆ อีกหลายที่ที่จะเช็กได้ด้วย
หวังว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดี







