
กฟผ.เคาะลงทุน6.6แสนล้าน
กฟผ.เผยแผนลงทุนโรงไฟฟ้า-สายส่งระยะ 5 ปี แตะระดับ 6.68 แสนล้านบาท
กฟผ.เผยแผนลงทุนโรงไฟฟ้า-สายส่งระยะ 5 ปี แตะระดับ 6.68 แสนล้านบาท
นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของ กฟผ.ในปี 2559 ว่า กฟผ.ได้กำหนดแผนการลงทุนขยายกำลังผลิตไฟฟ้าและระบบส่งของ กฟผ. ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2559-2563) ซึ่งมีกรอบวงเงิน 6.68 แสนล้านบาท ประกอบด้วย การลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทนหน่วย 4-7 โรงไฟฟ้าบางปะกง โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และโรงไฟฟ้าเทพา 1 และ 2 ตลอดจนการลงทุนระบบส่งไฟฟ้าแรงสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ในปี 2559 จะมีโรงไฟฟ้าใหม่จ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 2 กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเดือน ม.ค. 2559 โรงไฟฟ้าลิกไนต์หงสา สปป.ลาว เครื่องที่ 3 กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเดือน มี.ค. 2559 และโรงไฟฟ้าขนอมแห่งใหม่กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเดือน มิ.ย. 2559 รวมทั้งจะมีการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของโรงไฟฟ้าของผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (เอสพีพี) ซึ่งใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ และพลังงานหมุนเวียนด้วย
นายสุนชัย กล่าวว่า ในด้านสถานการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าปี 2558 พบว่ามีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) อยู่ที่ 27,346 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1.5% ส่วนในปี 2559 คาดการณ์ว่าไฟฟ้าพีกจะอยู่ที่ 28,470 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 4.1% จากปี 2558 และอยู่ภายใต้สมมติฐานเศรษฐกิจขยายตัว 3.7%
ขณะที่การผลิตและการซื้อพลังงานไฟฟ้าของไทยในปี 2558 อยู่ที่ 1.82 แสนล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงกลางปี 2558 เป็นต้นมา จะพบว่าการไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ขณะที่การผลิตไฟฟ้ามีสัดส่วน คือ การผลิตพลังงานจากก๊าซธรรมชาติ 69% ผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน 20% ผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ 8% ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน 2.4% และอื่นๆ 0.6%
นายสุนชัย ระบุว่า แม้ว่าในปีนี้ต้นทุนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าจะลดลง แต่ด้วยค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงและการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำที่ลดลง เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนน้อย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ลดลงได้เพียง 22.62 สต./หน่วย และการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ ตั้งแต่เดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ค่าไฟฟ้าฐานปรับลดลงอีก 1.05 สต./หน่วย







