
ปฏิรูปการศึกษา
เมื่อต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ในโครงการ Young Southeast Asian Leader Initiative (YSEALI) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา จัดโดย C asean และสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย
เมื่อต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ในโครงการ Young Southeast Asian Leader Initiative (YSEALI) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา จัดโดย C asean และสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย
กิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาการศึกษาอาเซียน ในหัวข้อ ASEAN Education for the 21st Century โดยหลังจบกิจกรรมเยาวชนได้นำเสนอแผนงานพัฒนาการศึกษาที่สามารถนำไปต่อยอดในชุมชนและประเทศต่อไป จากผู้สมัครกว่า 5,300 คน มีเพียง 80 คนเท่านั้นที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ซึ่งแน่นอนว่าผู้เข้าร่วมโครงการล้วนมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการศึกษาทั้งสิ้น และส่วนใหญ่ได้ริเริ่มโครงการในประเทศของตัวเองแล้ว แม้อายุเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้น
ระหว่างโครงการตลอดทั้ง 4 วัน ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้นำเยาวชน เมื่อเยาวชนให้คำจำกัดความของการศึกษา 63% ตอบว่า การศึกษา คือ สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน 20% ตอบว่า การศึกษา คือ ใบเบิกทางสู่ความสำเร็จในอาชีพ 14% ระบุว่า การศึกษา คือ สิทธิพิเศษของคนที่มีโอกาสเท่านั้น และ 2% ตอบว่า การศึกษา คือ การแข่งขัน ทำให้เห็นมุมมองของเยาวชนว่าพวกเขาเห็นความสำคัญของการศึกษาและต้องการเรียกร้องให้เกิดความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงโอกาส เพราะเชื่อมั่นว่าจะเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาภูมิภาคและทำให้อาเซียนเติบโตไปพร้อมกันได้
เมื่อถามว่าใครมีหน้าที่รับผิดชอบสูงที่สุดในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 65% ตอบว่ารัฐบาล แต่เมื่อถามว่าใครจะมีบทบาทสูงที่สุดในการปฏิรูปการศึกษาอาเซียน พบว่ารัฐบาลและตัวเยาวชนเองมีบทบาทใกล้เคียงกันคือ 35%
แม้การจัดอันดับคุณภาพการศึกษาในกลุ่มประเทศอาเซียนจะมีความแตกต่างกันมากระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วและที่กำลังพัฒนา แต่ผู้นำเยาวชนกลับมีมุมมองคล้ายคลึงกัน โดยกว่า 41% เชื่อว่าทักษะต่างๆ ที่เรียนรู้จากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยจะตกยุคภายในเวลาไม่เกิน 5 ปีเท่านั้น และ 45% เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วขององค์ความรู้ใหม่ๆ และเยาวชนอาเซียนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการเรียนการสอนระดับมหาวิทยาลัยไม่ทันสมัยและไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานเลย และกว่า 40% ตอบว่าอาชีพของเขาจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีและสมองกลภายในไม่ถึง 10 ปีเท่านั้น
โครงการนี้ช่วยให้สังคมอาเซียนเรียนรู้แนวคิดของเยาวชนซึ่งเป็นคนกุมอนาคตของอาเซียนและจะมีบทบาทอย่างมากในการสร้างประชาคมอาเซียนแบบ People to people connectivity เยาวชนเหล่านี้ไม่คุยกันเรื่อง 3 เสาหลัก AEC ASCC และ APSC อย่างที่ผู้กำหนดนโยบายคุยกัน เยาวชนเหล่านี้ไม่คุยกันว่าใครจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แต่คุยกันว่าเราจะเปลี่ยนอาเซียนและปฏิรูปการศึกษาอาเซียนด้วยมือของเขาเองอย่างไร เพราะปัญหาการศึกษาไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ไข







