
ค้าเอเชียซบหนักทิ้งทวน2015
ผลผลิตอุตสาหกรรมญี่ปุ่นลด 1% ผลเศรษฐกิจเอเชียชะลอตัวกระทบส่งออก
ผลผลิตอุตสาหกรรมญี่ปุ่นลด 1% ผลเศรษฐกิจเอเชียชะลอตัวกระทบส่งออก
กระทรวงอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เปิดเผยตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ย. ปรับตัวลง 1% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ลดลงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่าจะปรับตัวลง 0.5% ส่วนค้าปลีกลดลง 2.5% ผลจากเศรษฐกิจจีนและประเทศในเอเชียชะลอตัวกระทบการส่งออกและแรงซื้อในประเทศหด แม้เงินเยนจะอ่อนค่า
ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลงส่วนใหญ่มาจากภาคเคมีภัณฑ์ รถยนต์ เหล็ก รวมถึงชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่อุตสาหกรรมพลาสติกและสิ่งทอปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้อัตราส่วนสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 2.9% เทียบกับเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นผลมาจากการขนส่งสินค้าที่ลดลง ทำให้สินค้าคงคลังมีปริมาณเพิ่มขึ้น
ทาโร ไซโตะ ผู้อำนวยการของสถาบันวิจัยเอ็นแอลไอ ระบุว่า เศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะยังคงฟื้นตัว แม้ตัวเลขดังกล่าวจะยังไม่เป็นที่น่าพอใจก็ตาม ในขณะที่เศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาคการบริโภคในประเทศเป็นปัจจัยที่กระทบต่อภาคการผลิต แต่ก็ยังยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อมุมมองของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่ชี้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจะโตขึ้น 0.9% ในเดือน ธ.ค. และ 6% ในเดือน ม.ค. จากยอดสั่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นในภาคคมนาคมและเครื่องจักร
ด้านทางการฮ่องกง ระบุว่า ตัวเลขส่งออกเดือน พ.ย. ปรับตัวลง 3.5% จากปีก่อนหน้า แต่ยังดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่าจะอยู่ที่ลบ 2.8% ส่วนการนำเข้าลดลง 8.1% ซึ่งดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ที่ลบ 7.1% เช่นกัน
ตัวเลขนำเข้าและส่งออกที่ลดลงส่งผลให้เดือน พ.ย. ฮ่องกงขาดดุลการค้า 3.31 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.19 ล้านล้านบาท) ดีขึ้นเล็กน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดที่ 3.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.26 ล้านล้านบาท)
ขณะเดียวกัน บลูมเบิร์กรายงานว่า เศรษฐกิจของอินเดียปี 2015 แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1991 เป็นผลจากเงินรูปีที่แข็งค่าเฉลี่ยขึ้นกว่า 6% ส่งผลให้การค้าปรับตัวลงต่ำสุดในรอบ 24 ปี และความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของอินเดียลดลงด้วย
นักวิเคราะห์ของคริซิล บริษัทย่อยของสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ ระบุว่า ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) จะกระทบต่อการส่งออกของอินเดีย เนื่องจากอินเดียไม่ได้เป็นสมาชิก
ทีพีพี ด้านนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ตั้งเป้าจะเพิ่มการส่งออกเป็นสองเท่าที่ 9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 32 ล้านล้านบาท) ในปี 2020







