
บอร์ดผลไม้ยิ้มงบมาราคาพุ่งใต้เหนือยังรอ
โพสต์ทูเดย์
— บอร์ดผลไม้โล่งอก ราคาผลไม้ปีนี้เฉลี่ยสูงกว่าปีที่ผ่านมากว่า 3040%นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการดำเนินงานโครงการบริหารจัดการผลไม้ในภาคตะวันออกในปี 2553 ซึ่งมีนโยบายสำคัญ คือ การกระจายผลไม้ออกนอกพื้นที่การผลิตให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ผลไม้เกิดการกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ผลิต รวมทั้งการส่งเสริมเงินทุนหมุนเวียนให้กับสหกรณ์การเกษตรเพื่อซื้อผลผลิต ถือว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยพบว่าขณะนี้ราคาผลผลิตที่เกษตรกรขายได้มีราคาสูงกว่าปีที่ผ่านมา 3040%
“
สถานการณ์ราคาผลไม้ปีนี้ถือว่าสูงกว่าปีที่ผ่านมาค่อนข้างมาก และเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ ทั้งทุเรียน มังคุด ลองกอง เกษตรกรขายได้มีราคาสูงขึ้นเฉลี่ย 3040% โดยราคาทุเรียนหมอนทองอยู่ที่ 28 บาทต่อกิโลกรัม มังคุดกิโลกรัมละ 15 บาท มีเพียงเงาะคละเกรดเท่านั้นที่มีเกณฑ์ราคาที่ไม่สูงมากนัก” นายธีระ กล่าวสำหรับลิ้นจี่ในภาคเหนือที่กระทรวงเกษตรฯ ได้รับอนุมัติเงินช่วยเหลือจากคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ในการบริหารจัดการลิ้นจี่ในวงเงิน 56 ล้านบาท โดยดำเนินการในช่วงที่มีลิ้นจี่ออกสู่ตลาดมากระหว่างวันที่ 1 พ.ค.15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จเช่นเดียวกัน โดยทำให้ราคาลิ้นจี่ในปีนี้สูงกว่าปีที่ผ่านมาเฉลี่ยถึง 7080% ขณะที่ลำไยในภาคเหนือและผลไม้ภาคใต้ยังมีปัญหาจากการอนุมัติงบประมาณล่าช้า
สำหรับผลผลิตลำไยภาคเหนือและการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ คชก.ได้มีมติอนุมัติเงินดำเนินการเรียบร้อยแล้วแต่ก็ยังพบปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้าง เนื่องจากการอนุมัติงบประมาณดังกล่าวยังล่าช้าและไม่ทันต่อสถานการณ์จึงส่ง ผลทำให้ขณะนี้ราคาผลไม้ภาคใต้ยังราคาไม่ดีนักโดย มังคุดขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 8 บาท ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ลงไปตรวจสอบข้อมูลเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรโดยเร่งด่วนแล้ว ขณะ ที่ลำไยในปีไม่ประสบปัญหาด้านราคามากนักเนื่องจากผลผลิตในปีนี้น้อยกว่าปี ที่ผ่านมาค่อนข้างมาก และกระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกลำไยนอกฤดูมากขึ้นเพื่อลดการกระจุก ตัวของผลผลิต ประกอบกับมาตรการทำลายลำไยค้างสต็อกในปี 2546
– 2547 ที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ จึงไม่มีการปลอมปนลำไยเก่าเข้ามาสู่ตลาด ทำให้ราคาลำไยมีราคาเฉลี่ยสูงกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 21 % โดยราคาลำไยเกรด AA ขณะนี้มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 30 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมากจาก ความร่วมมือ จาก บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการกระจายผลผลิตลำไยคัดพิเศษเกรด A จากเกษตรกรภาคเหนือสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศโดยตรงของ โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 20 กรกฏาคม – 20 สิงหาคม 2553 นี้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการระบายผลผลิตลำไยออกนอกแหล่งผลิตที่จะช่วยทำ ให้ราคาลำไยเกิดเสถียรภาพมากและไม่ประสบปัญหาราคาลำไยตกต่ำอย่างที่ผ่านมา อีกด้วย






