
เร่งกระตุ้นลงทุนครึ่งปีหลัง3แสนล.
เหตุครึ่งปีแรกดึงลงทุนได้แค่1.9แสนล้านเดินสายตปท.เคาะประตูโรงงาน
โพสต์ทูเดย์
— “ชัยวุฒิ” เร่งยอดลงทุนครึ่งปีหลัง 3 แสนล้าน เดินสายต่างประเทศ เคาะประตูโรงงาน หวังทะลุเป้า 5 แสนล้าน เดินสายโรดโชว์ต่างประเทศ เคาะประตูโรงงานเป้าหมายโดยตรง และจัดสัมมนาตามภูมิภาคทั่วประเทศนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยในงานสัมมนา
“ผลักดันการลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันออก” ว่า ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2553 มียอดขอรับส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) 125 โครงการ มูลค่า 1.9 แสนล้านบาท ทำให้ครึ่งปีหลังจำเป็นต้องเร่งทำยอดให้ได้อย่างน้อย 3 แสนล้านบาท เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ระดับ 5 แสนล้านบาท โดยกระทรวงอุตสาหกรรรมจะพยายามทำให้ได้มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และจะเริ่มเดินสายโรดโชว์เพื่อกระตุ้นการลงทุนทั้งในและต่างประเทศทั้งนี้ การเดินสายฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน จะเน้นการไปสร้างความเข้าใจ อธิบายปัญหา และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย โดยเฉพาะปัญหามาบตาพุด ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมทราบว่าปัญหานี้ต้องเร่งแก้ด่วน โดยการออกบัญชีรายชื่อกิจการรุนแรงที่ชัดเจน เพื่อเป็นแนวปฏิบัติให้ทั้งนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในไทยอยู่แล้วและนักลงทุนใหม่
สำหรับแผนการเดินทางโรดโชว์ต่างประเทศ จะเดินทางไปดึงการลงทุนที่เยอรมนี ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และสหรัฐ โดยการจัดสัมมนาใหญ่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและชี้แจงสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ ขณะเดียวกันจะเร่งเจาะกลุ่มเป้าหมายโดยตรง พบบริษัทขนาดใหญ่ที่สนใจจะลงทุนอยู่แล้วเป็นรายๆ เพื่อกระตุ้นให้นักลงทุนตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทย
ขณะที่นักลงทุนในประเทศ จะเริ่มเดินสายโรดโชว์ในทุกภูมิภาค ซึ่งหลังกระตุ้นการลงทุนภาคตะวันออกแล้ว จะไปต่อที่ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อไป
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลังกิจการที่มีแนวโน้มเข้ามาลงทุนในเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้า และเหล็กปลายน้ำ เนื่องจากนักลงทุนต้องขยายการลงทุนเพื่อรองรับยอดการส่งออกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยนี้จะช่วยให้การส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอทำได้ง่ายขึ้น และขณะนี้ก็มีบริษัทขนาดใหญ่หลายโครงการที่เข้ามาคุยกับบีโอไออยู่แล้ว โดยในครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีโครงการขนาดใหญ่สนใจที่จะเข้ามาลงทุนประมาณ 78 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการเหล็ก อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนยานยนต์
“
ปีนีโชคดีที่เศรษฐกิจฟื้นตัว การส่งออกดี ทำให้มีโครงการที่ต้องขยายการลงทุนอยู่แล้ว แต่ก็มีบางโครงการที่มาเอาคำขอคืน เนื่องจากขอทบทวนแผนการลงทุน หลังมีโครงการขยายสิทธิประโยชน์ออกไปจนถึงปี 2555 เพราะเร่งส่งโครงการเข้ามาให้ทันภายในสิ้นปี 2552 เพื่อจะได้รับสิทธิประโยชนพิเศษสูงสุด” นางอรรชกา กล่าวนอกจากนี้ จะเจาะนักลงทุนใหม่ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่นำไปสู่การพัฒฯที่ยั่งยืน เช่น กิจการที่เกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน กิจการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กิจการที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เป็นต้น เพื่อดึงดูดนักลงทุนกลุ่มใหม่ๆ เข้ามาลงทุนในเมืองไทย
นายสุนทร ธัญญวัฒนกุล ประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในจังหวัด เพราะกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาทำธุรกิจในพื้นที่







