
กรุงไทยลุยเอสเอ็มอีไซส์กลาง
ธนาคารกรุงไทยเบนเป้ามุ่งเจาะเอสเอ็มอีรายกลาง เมินรายใหญ่-รายย่อยหวังโต 25%
ธนาคารกรุงไทยเบนเป้ามุ่งเจาะเอสเอ็มอีรายกลาง เมินรายใหญ่-รายย่อยหวังโต 25%
นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในปี 2559 ได้ปรับเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อจาก 1.5 เท่าของจีดีพี เหลือ 1 เท่าของจีดีพี ซึ่งประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2559 จะเติบโตราว 3% ซึ่งสินเชื่อรวมจะเติบโตในอัตราเดียวกัน
ทั้งนี้ สินเชื่อเติบโตจากธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รายกลางไม่เกิน 100 ล้านบาทตั้งเป้าขยายตัวถึง 25% จากปี 2558 ขยายตัว 30% ส่วนหนึ่งเป็นผลของฐานสินเชื่อยังน้อยไม่ถึง 1 แสนล้านบาท ผลักดันให้ภาพรวมสินเชื่อเอสเอ็มอีเติบโต 9%
สำหรับเอสเอ็มอีที่จะบุกนั้น เน้นธุรกิจต่อเนื่อง (ซัพพลายเชน) ลูกค้ารายใหญ่ ธุรกิจหน้าใหม่ที่เก่งแต่ไม่มีเงินทุน เช่น ลูกจ้างที่อยากเป็นเถ้าแก่ ซึ่งธนาคารมีวงเงินสตาร์ทอัพฟันด์ตามมาตรการรัฐ 2,000 ล้านบาทเข้ามาเสริม รวมทั้งยังช่วยลูกค้าเดิมที่มีศักยภาพแต่ทุนโตไม่ทัน
อย่างไรก็ดี ในปี 2559 ธนาคารไม่เน้นสินเชื่อรายย่อยมากนัก เพราะเศรษฐกิจไม่แน่นอน จำเป็นต้องระมัดระวังคุณภาพหนี้ต่อเนื่อง หลังจากปี 2558 หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มาจากรายย่อยเป็น
หลัก ตั้งเป้าอัตราเติบโตไม่ถึง 10% สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กซึ่งอยู่ในสินเชื่อรายย่อยนั้น แม้จะเป็นกลุ่มเสี่ยง แต่ธนาคารก็สนใจ เพราะมีความต้องการสินเชื่อกลุ่มนี้มากในต่างจังหวัดส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการ ดังนั้น ต้องหาทางปิดความเสี่ยงเรื่องข้อมูลการเงินที่ดูยาก หากทำได้จะเป็นกลุ่มที่น่าสนใจมาก
นายวรภัค กล่าวว่า ลูกค้ารายใหญ่ธนาคารไม่เน้นการเติบโตของสินเชื่อ แต่มุ่งสร้างรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยโดยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการในตลาดเงิน ตลาดทุนที่หลากหลาย โดยกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มดี คือ ก่อสร้างที่ได้อานิสงส์จากโครงการลงทุนภาครัฐและธุรกิจที่จะขยายไปยังอาเซียน
ด้านกลุ่มภาครัฐมุ่งเน้นเติบโตตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ธนาคารจะเข้าไปมีส่วนร่วมระดมทุนภาครัฐ รวมทั้งธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่รับงานประมูล อีกทั้งนโยบายอี-เพย์เมนต์ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของธนาคารที่เร่งพัฒนาดิจิทัลแบงก์กิ้ง
“ตอนนี้ยุทธศาสตร์ใหญ่เราอยู่ที่เขาลูกที่ 2 ที่มีดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น หวังว่าการที่กรุงไทยมีประสบการณ์ทำงานกับภาครัฐเช่น การขายสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านแบงก์นั้น จะทำให้เรามีบทบาทหลักในการรับจ่ายเงินภาครัฐตามนโยบายอี-เพย์เมนต์ด้วย” นายวรภัค กล่าว
นายวรภัค กล่าวว่า เอ็นพีแอลในปี 2559 มีแนวโน้มสูงขึ้นแต่ในอัตราที่ชะลอลง เพราะมีการปรับระบบคัดกรองใหม่ ทำให้สินเชื่อใหม่มีคุณภาพดีและปรับปรุงการติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพ







