
โค้งสุดท้าย SMEs
ฉบับนี้กลับมาทำหน้าที่ตามปกติหลังจากหยุดพักการเขียนคอลัมน์ระยะหนึ่งเพื่อไปอุปสมบทตามที่ตั้งใจไว้ หวังว่าแฟนๆ โพสต์ทูเดย์ทุกท่านคงยังไม่ลืมกันนะครับ ทุกวันจันทร์เรามีนัดกันที่นี่
ฉบับนี้กลับมาทำหน้าที่ตามปกติหลังจากหยุดพักการเขียนคอลัมน์ระยะหนึ่งเพื่อไปอุปสมบทตามที่ตั้งใจไว้ หวังว่าแฟนๆ โพสต์ทูเดย์ทุกท่านคงยังไม่ลืมกันนะครับ ทุกวันจันทร์เรามีนัดกันที่นี่
ตอนแรกตั้งใจว่าจะเขียนเรื่อง...ได้อะไรจากการบวชเรียน...แต่เห็นว่าเหลือเวลาอีกไม่กี่วันธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งหลายก็จะต้องปิดงวดบัญชีปี 2558 แล้ว รู้สึกเป็นห่วงผู้ประกอบการในเรื่องเงินๆ ทองๆ และการปิดงบการเงินกิจการ เลยขอเก็บเอาเรื่องบวชเรียนไปสรุปเขียนสัปดาห์หน้าช่วงรับปีใหม่ดีกว่า ผมมีของฝากจากการเป็นพระมาแนะนำให้ผู้ประกอบการคิดอ่านวางแผนลุยธุรกิจปีหน้า 2559 ด้วยครับ ไว้ติดตามกันตอนต่อไป
ส่วนห้วงเวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันก่อนสิ้นปี 2558 ต้องถือว่ามีความหมายไม่น้อย ซึ่งรัฐบาลลงทุนฉีดยาแรงกระตุ้นเศรษฐกิจระหว่าง 25-31 ธ.ค. 2558 ด้วยการลดหย่อนภาษีจากการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มให้คนละหมื่นห้าพันบาท หมัดนี้ต้องถือว่าไม่ธรรมดา เรียกว่าเปิดนาทีทองให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้ฉลองยอดขายก่อนปิดงวดบัญชีเลยทีเดียว ธุรกิจห้างร้านสถานประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมากมายจะได้อานิสงส์เพิ่มยอดขายอีกรอบนี้อย่างแน่นอน ส่วนผู้ประกอบการรายใดจะได้มากได้น้อยก็ต้องขึ้นกับการวางกลยุทธ์การตลาดและแผนธุรกิจของแต่ละคน
ผมขอแนะนำว่านาทีทองหนนี้ควรรีบตัดใจลุยขายให้ไวที่สุด ลดได้ลด แถมได้แถม เร่งขายเก็บเงินสดตุนไว้สู้ปีหน้าดีกว่า เร่งหาลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มเติมให้ได้ ช่วงเวลาสั้นๆ ได้เท่าไหร่ถือว่าเป็นกำไรเท่านั้น ปีหน้าจะได้เบาแรง อย่างน้อยก็ได้เพิ่มฐานขยายกลุ่มลูกค้าเป็นประโยชน์กับธุรกิจของเราต่อไป
ใช้โอกาสนี้สร้างรายได้ปิดยอดขายให้มากที่สุด ทำตัวเลขงบการเงินของกิจการให้สวยงามไว้นะครับ ปีหน้าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มีผลแล้ว หากเราจำเป็นต้องกู้เงินกับแบงก์หรืออาจโชคดีมีคนสนใจจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนใหม่เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจก็จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องหน้าตางบการเงิน ถ้าปีนี้ผลประกอบการไม่ถึงขนาดย่ำแย่มากๆ ยอดขายไม่ติดลบขาดทุนจริงๆ ละก็ ผมไม่แนะนำให้ทำงบขาดทุน มีเจ้าของกิจการจำนวนมากที่เข้าใจผิดๆ หรือไปหลงเชื่อบริษัทรับจ้างทำบัญชีแนะนำให้ทำงบแบบขาดทุนจะได้ไม่ต้องเสียภาษี อย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด อย่าทำให้ประวัติธุรกิจของท่านสะดุดเพียงเพราะหวังจะเลี่ยงภาษีเพียงเล็กน้อย มันไม่คุ้มกันเลยกับเครดิตของกิจการที่จะเสียไปตลอดชีวิต
หลายรายทำงบการเงินติดลบขาดทุนแล้วขาดทุนอีกติดต่อกันทุกปี บางรายทำตัวเลขติดลบจนเข้าเนื้อกินทุนจดทะเบียน ซึ่งนั่นหมายถึงกิจการหมดทุนเข้าขั้นล้มละลายไปเรียบร้อยแล้ว ลักษณะนี้ถึงแม้ว่าข้อเท็จจริงธุรกิจจะพอไปได้มีกำไร จะงัดเอางบภายในไปแสดง อย่างไรก็ตามรับประกันไม่มีสถาบันการเงินไหนเล่นด้วย ยิ่งกรณีการร่วมลงทุนหรือหาหุ้นส่วนใหม่เลิกพูดไปได้เลย ไม่ตรงไปตรงมาหาคนคบด้วยยาก
เรื่องนี้สำคัญมาก เจ้าของกิจการอย่าพลาดและตัดสินใจให้ดี หมดยุคแล้วครับที่ทำบัญชีสองเล่มสามเล่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีหน้า กระทรวงการคลังมีแผนจะผลักดันให้เอสเอ็มอีไทยทั้งหลายเข้าสู่ระบบและทำบัญชีการเงินเล่มเดียว ใครที่ยังไม่เรียบร้อย อยากขอให้รีบตัดสินใจเดินหน้าเข้าระบบตั้งแต่ปีนี้จะดีกว่าครับ เวลารัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลืออะไร จะได้ไม่ตกขบวนเหมือนดังเช่นรอบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสินเชื่อดอกเบี้ย 4% หรือจะเป็นลดหย่อนค่าใช้จ่ายให้หมื่นห้าพันบาท
มีเอสเอ็มอีจำนวนมากพลาดโอกาสอย่างน่าเสียดาย กู้ก็ไม่ได้ ขายของก็ไม่ออก เพียงเพราะคิดผิดไม่นำธุรกิจเข้าระบบให้เรียบร้อย







