posttoday
แอพพลิเคชั่นมาแรง เพิ่มโอกาส ‘ไอเอฟเอส’

แอพพลิเคชั่นมาแรง เพิ่มโอกาส ‘ไอเอฟเอส’

28 ธันวาคม 2558

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

การทำงานภายในองค์กรด้วยระบบแอพพลิเคชั่นผ่านแท็บเล็ตหรือดีไวซ์ ที่ช่วยเข้ามาอำนวยความสะดวก เริ่มมีบทบาทในองค์กรมากขึ้น แต่การวางแผนระบบหลังบ้านให้เป็นไปตามความต้องการใช้งานนั้น อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงและซ้ำซ้อน ทำให้องค์กรจำนวนมากเลือกที่จะใช้ซอฟต์แวร์แบบเดิมมากกว่าจะเปลี่ยนใหม่

ศรีดาราน อรูมูแกม รองประธานบริษัท ไอเอฟเอส ภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่า เมกะเทรนด์ที่จะมาแรงในไทยของปี 2559 นั้น ได้แก่ อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ (Internet of thing) แวร์เอเบิลดีไวซ์ (Wearable Device) คลาวด์ (Cloud) ซอฟต์แวร์แอสอะเซอร์วิส (Software as a Service) และเอ็นเอฟซี (NFC) ซึ่งเรียกได้ว่าจะเป็นเทรนด์เทคโนโลยีที่โดดเด่นในปี 2559 นี้

“การตอบสนองในเมกะเทรนด์ขององค์กรธุรกิจยังมีอยู่อย่างจำกัด เพราะยังมีผู้บริหารอีกมากที่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องลงทุนด้านไอที ทำให้บริษัทยังคงเน้นรุกธุรกิจที่เป็นเครือข่ายของประเทศญี่ปุ่นและมาเปิดสาขาในไทย เพราะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของเทคโนโลยีมาบ้างแล้ว ซึ่งบริษัทมีลูกค้าเกือบทุกกลุ่ม อาทิ ออยล์แอนด์แก๊สยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และภาครัฐ เป็นต้น”

ทั้งนี้ การจัดการระบบหลังบ้านผ่านแอพพลิเคชั่นนั้น จะมีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันตามแต่ประเภทที่เลือกใช้งาน ซึ่งสามารถเลือกจ่ายเฉพาะค่าระบบที่ใช้งาน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือจะมีการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลภายในองค์กรเพื่อนำมาประมวลผล และเพื่อให้ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปต่อยอดในการวางแผนกลยุทธ์หรือปรับปรุงปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม

“ระบบจะเข้าไปวิเคราะห์และประมวลผลอย่างรวดเร็ว ทั้งยังเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับดีไวซ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโมบาย แท็บเล็ตและแวร์เอเบิล เพื่อให้เข้าใช้งานระบบได้ง่ายขึ้นและข้อมูลที่ได้ก็จะเก็บรวบรวมมาไว้ในที่เดียวกันและอัพเดตแบบทันที” ศรีดาราน กล่าว

อย่างไรก็ตาม การลงทุนไอทีภายในองค์กรมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เพราะจะเข้ามาช่วยลดปริมาณงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มีทิศทางที่ดีขึ้น รองรับการเข้ามาของเออีซี ซึ่งไทยยังใช้การวิเคราะห์ข้อมูลน้อย ทำให้เสียโอกาสในการสร้างตลาดใหม่ๆ

“การ์ทเนอร์ได้คาดการณ์แนวโน้มการเติบโตทางด้านการลงทุนไอทีขององค์กรในไทยไม่น้อยกว่า 7-10% ในขณะที่เอเชียจะมีการลงทุนมากกว่า 10% ทำให้ไอเอฟเอสมองหาความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพิ่มเติม และได้ตั้งเป้าลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% ในปี 2559 นี้”

อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่มีคู่แข่งที่เข้ามาทำตลาดนี้ชัดเจน แต่จะกระจายไปในหลายกลุ่ม ทำให้มีโอกาสสร้างรายได้จากช่องทางต่างๆ และโซลูชั่นของไอเอฟเอสยังสามารถทำงานได้ร่วมกับทุกระบบ ภาคธุรกิจจึงไม่ต้องกังวล หากมีการลงทุนระบบหลังบ้านไปบ้างแล้ว

“หลังการเปิดของเออีซีจะเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจขนาดใหญ่ จึงอยากให้ทุกองค์กรมองเรื่องการลงทุนไอทีที่เหมาะสมเพื่อสร้างโอกาสและขยายธุรกิจไปได้ทั่วโลก ไม่ใช่มองแค่ภายในไทยเท่านั้น นอกจากนี้ ทางบริษัทคาดว่าจะลงทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เพื่อเพิ่มทีมงาน หาคู่ค้าที่จะเข้ามาช่วยทำตลาดเฉพาะกลุ่มด้วย” ศรีดาราน กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?