posttoday
ต่างชาติถือหุ้นไทยเพิ่มขึ้น สะท้อนมั่นใจลงทุนยาว

ต่างชาติถือหุ้นไทยเพิ่มขึ้น สะท้อนมั่นใจลงทุนยาว

25 ธันวาคม 2558

ในปี 2558 นักลงทุนต่างประเทศมีมูลค่าการถือครองหุ้นไทยรวม 4.45 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น 294,681 ล้านบาท หรือประมาณ 7.09%

โดย...สุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์

ในปี 2558 นักลงทุนต่างประเทศมีมูลค่าการถือครองหุ้นไทยรวม 4.45 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น 294,681 ล้านบาท หรือประมาณ 7.09% จากสิ้นเดือน เม.ย. 2557 สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนต่างประเทศ ยังสนใจลงทุนระยะยาวในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) แม้ว่าตลาดจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมืองในประเทศและวิกฤตเศรษฐกิจต่างประเทศ

ขณะที่สัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นอยู่ที่ 32.71% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ลดลงจากสัดส่วน 34.53% ในปี 2557 แม้ว่าจะต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี ที่ทำการศึกษา แต่มูลค่าการถือครองหุ้นยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วง 6 ปีที่ผ่านมา

สาเหตุที่มูลค่าการถือครองเพิ่มขึ้นเป็นผลจากราคาที่ปรับตัวขึ้น โดยดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้น 5.7% จากสิ้นเดือน เม.ย. 2557 อยู่ที่ระดับ 1,414.94 จุด เป็น 1,496.05 จุดและดัชนีหุ้นเอ็มเอไอเพิ่มขึ้นจาก 422.67 จุด เป็น 656.16 จุด

ในช่วงเดือน พ.ค. 2557-พ.ค. 2558 นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ  37,161.31 ล้านบาท ปัจจัยสำคัญจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2557 แต่ขายสุทธิน้อยกว่า 1% ของมูลค่าการถือครองหุ้นรวม สะท้อนถึงความสนใจลงทุนในระยะยาว

ด้านพฤติกรรมการซื้อขายของนักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเอ็นวีดีอาร์และหุ้นในประเทศหรือ Local Shares เป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 89% ของมูลค่าการซื้อขายรวมของนักลงทุนต่างประเทศ ขณะซื้อขายหุ้นในส่วนต่างประเทศ หรือ Foreign Shares ประมาณ 11% ของมูลค่าการซื้อขายรวมของนักลงทุนต่างประเทศเท่านั้น โดยยังคงถือ หุ้นในส่วนต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ขายเพียง 13,127 ล้านบาท และขายสุทธิในหุ้นในประเทศ 220,942 ล้านบาท ขณะเดียวกันซื้อสุทธิในเอ็นวีดีอาร์ 196,909 ล้านบาท

นักลงทุนทวีปยุโรป เอเชีย และสหรัฐอเมริกา มีมูลค่าการถือครองหุ้นสูงสุด 3 อันดับแรกหากแยกเป็นสัญชาติ มูลค่าซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรกเหมือนในปีที่ผ่านมา และมีนักลงทุนจากสหราชอาณาจักรถือครองสูงสุด 2.17 ล้านล้านบาท มากกว่า 3 ใน 4 ของมูลค่าการถือครองหุ้นรวมของนักลงทุนยุโรป หรือ 48.7% ของต่างประเทศทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วน 15.9% ของมาร์เก็ตแคป

สำหรับนักลงทุนเอเชีย ถือครองหุ้นสูงเป็นอันดับ 2 มูลค่ารวม 1.66 ล้านล้านบาท คิดเป็น 37.3% ของมูลค่าการถือครองหุ้นรวมของนักลงทุนต่างประเทศ โดยมีนักลงทุนสิงคโปร์ถือครองหุ้นสูงสุดในเอเชียประมาณ 55% รองลงมา คือ ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเลเซีย และจีน โดยมูลค่าการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนเอเชียเพิ่มขึ้นถึง 13.7% จากปีที่ผ่านมา ที่สำคัญจากการที่ไชน่า โมบาย อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้งส์ เข้ามาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) โดยเข้าซื้อหุ้น TRUE มูลค่ารวมกว่า 28,600 ล้านบาท ในเดือน ก.ย. 2557

ด้านนักลงทุนจากทวีปอเมริกามีมูลค่าการถือครองหุ้นรวม 518,347 ล้านบาท คิดเป็น 11.6% นักลงทุนจากทวีปแอฟริกาถือครองหุ้นรวม 93,283 ล้านบาท คิดเป็น 2% และนักลงทุนจากทวีปออสเตรเลียถือครองน้อยที่สุดเพียง 5,631 ล้านบาท คิดเป็น 0.1% ของมูลค่าการถือครองหุ้นรวมของนักลงทุน ต่างประเทศ

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยมีนักลงทุนต่างประเทศทั้งหมด 101 สัญชาติถือครอง เพิ่มขึ้นสุทธิ 3 สัญชาติ นอกจากนั้น 50% ของมูลค่าการ ถือครองอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินและกลุ่มเทคโนโลยี จากข้อมูล
ปีล่าสุด นักลงทุนต่างประเทศ ถือครองหุ้นในกลุ่มบริการ อสังหา ริมทรัพย์ และธุรกิจเกษตร mai เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูง โดยมี 291 บริษัทที่ถือครองหุ้นเพิ่มขึ้น เมื่อพิจารณาจากจำนวนหุ้นที่ถือครอง โดยนักลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นรวม 222,863 ล้านบาท ส่วนการลดปริมาณการถือครองหุ้นจำนวน 230 บริษัท ลดลง 230,562 ล้านบาท

“ปี 2558 พบการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ คือ มูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนฮ่องกงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขยับอันดับจากอันดับ 5 ในปี 2557 เป็นอันดับ 4 ในปี 2558 นำหน้าญี่ปุ่น และการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศยังคงกระจุกตัวอยู่กลุ่ม 10 สัญชาติแรก มูลค่ารวมสูง 4.19 ล้านล้านบาท หรือ คิดเป็น 94.05% ของมูลค่าการถือครองรวมของนักลงทุนต่างประเทศ”

ด้านนักลงทุนเอเชียในปี 2558 เพิ่มขึ้น 1.22% รวมมูลค่าการถือครองหุ้น 965,497 ล้านบาท คิดเป็น 7.09% ของมาร์เก็ตแคป หรือ 21.68% ของมูลค่าการถือครองหุ้นรวมของนักลงทุนต่างประเทศ คิดเป็น 58.11% ของมูลค่าการถือครองหุ้นรวมของนักลงทุนเอเชีย โดยนักลงทุนสิงคโปร์มีมูลค่าการถือครองสูงสุดและเพิ่มขึ้น 2.03% ตามมาด้วยนักลงทุนมาเลเซีย 42,920 ล้านบาท หรือประมาณ 4.45% ขณะที่นักลงทุนอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า จากปี 2557 เพิ่มขึ้นจาก 505 ล้านบาท เป็น 2,626 ล้านบาท นักลงทุนจากลาวเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว ขณะที่นักลงทุนจากกัมพูชาและเวียดนามถือครองลดลง

“นักลงทุนจากสิงคโปร์และมาเลเซียส่วนใหญ่เป็นบริษัทแม่ของบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย กองทุนของภาครัฐ ถือครองหุ้นไทยในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ หรือ Strategic Shareholders เช่นเดียวกับปี 2557”

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน