
แอมเวย์ปรับใหญ่เร่งฟื้นกำลังซื้อ
จากภาวะเศรษฐกิจซบเซาส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วนไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจขายตรง ที่ในอดีตมักจะเติบโตสวนกระแส เนื่องจากผู้บริโภคต้องการประกอบเป็นอาชีพเสริมรายได้ แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาพบว่ากำลังซื้อผู้บริโภคนั้นลดลงอย่างมาก ซึ่งปัญหาใหญ่มาจากหนี้ครัวเรือนจนทำให้คนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย
จากภาวะเศรษฐกิจซบเซาส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วนไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจขายตรง ที่ในอดีตมักจะเติบโตสวนกระแส เนื่องจากผู้บริโภคต้องการประกอบเป็นอาชีพเสริมรายได้ แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาพบว่ากำลังซื้อผู้บริโภคนั้นลดลงอย่างมาก ซึ่งปัญหาใหญ่มาจากหนี้ครัวเรือนจนทำให้คนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย
กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจขายตรงไทยในขณะนี้ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศซบเซามานาน 3 ปี เห็นได้ชัดจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่มีอยู่ทำให้ผู้บริโภคนั้นไม่ค่อยกล้าจับจ่ายใช้สอย จึงทำให้ตลาดรวมในปี 2558 นั้นคาดว่าจะไม่เติบโตมากนักจากปีที่ผ่านมามูลค่ารวมอยู่ที่ 6-7 หมื่นล้านบาท
“แอมเวย์ถือเป็นขายตรงติดท็อปเทนของไทย ที่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 60% จึงสามารถประเมินสภาพตลาดได้ว่าในปีนี้ยังคงซบเซา หากเติบโตก็เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 1-2% และประเมินว่าจะยังซบเซาไปถึงปี 2559 เนื่องจากยังมีปัญหาทางการเมืองภายในประเทศที่ยังแก้ไขไม่จบ รวมถึงการที่รัฐบาลพยายามจะผลักดันโครงการสาธารณูปโภคออกมา แต่ประเมินว่ากำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัว คาดว่าต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 2 ปี” กิจธวัช กล่าว
ทั้งนี้ พิจารณาได้จากยอดขายของแอมเวย์ ประเทศไทย ซึ่งเคยเติบโตสูงสุดเมื่อปี 2555 มียอดขาย 1.73 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตกว่า 10% แต่หลังจากนั้นยอดขายก็ซบเซาลงมาเรื่อยๆ จากปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ ทำให้ผู้บริโภคไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย ซึ่งในปี 2557 บริษัทมียอดขาย 1.63 หมื่นล้านบาท และคาดว่าปี 2558 ยอดขายจะเติบโตจากปี 2557 เพียง 1-2% และประเมินว่าปี 2559 ยอดขายจะทรงตัวใกล้หรือเติบโตใกล้เคียงปี 2558
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้บริษัทได้ประกาศกลยุทธ์ระยะยาว 10 ปี ที่เรียกว่าแอมเวย์เน็กซ์ มุ่งเน้นทำตลาดผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค และสร้างประสบการณ์ตรงที่ดีกับแบรนด์ไปแล้วนั้น ล่าสุดได้เปิดตัวแอมเวย์ช็อป ตั้งอยู่เดอะฟิล คอมมูนิตี้มอลล์ สุขุมวิท 54 ที่มีการตกแต่งให้เสมือนบ้านหลังที่สองของนักธุรกิจแอมเวย์ สาขาดังกล่าวใช้งบลงทุนก่อสร้างและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) รวม 22 ล้านบาท ซึ่งจะมีนักธุรกิจแอมเวย์และสมาชิกมาใช้บริการกว่า 3 แสนคน/ปี โดยคาดว่าจะสร้างยอดขายจากแอมเวย์ช็อปสาขานี้ได้กว่า 600 ล้านบาท/ปี นอกจากนั้นยังวางแผนลงทุนเพิ่มในเฟสแรกระยะเวลา 3 ปี โดยใช้งบลงทุน 300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาแอมเวย์ช็อปขนาดใหญ่อีก 30 แห่งในพื้นที่สำคัญและหัวเมืองใหญ่
“เราต้องการสร้างแอมเวย์ช็อปให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้สินค้า เหมือนเป็นการสร้างคอมมูนิตี้นักธุรกิจ โดยมีจุดสาธิตสินค้าต่างๆ เช่น เครื่องกรองน้ำ เครื่องกรองอากาศ การจัดโซนสำหรับการแนะนำธุรกิจแอมเวย์ให้แก่ผู้มุ่งหวัง นอกจากนี้ยังให้บริการร้านแอมเวย์คาเฟ่ ซึ่งนำผลิตภัณฑ์แอมเวย์มาให้ลูกค้าได้มีโอกาสทดลองสินค้า เนื่องจากธุรกิจของเราที่เติบโตขึ้นมานั้นมาจากนักธุรกิจแอมเวย์เป็นตัวหลัก” กิจธวัช กล่าว
นอกจากนี้ จะให้ความสำคัญกับการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่จะไม่เน้นการนำไปใช้อย่างสุดโต่ง เนื่องจากแอมเวย์เป็นธุรกิจขายตรง จึงใช้เป็นเครื่องมือเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิก ปัจจุบันแอมเวย์มีสมาชิกจำนวน 7 แสนราย ในจำนวนดังกล่าวเป็นนักธุรกิจอิสระแอมเวย์ 3.3 แสนราย







