
Activist Investors
ในช่วงปี 2558 ที่ผ่านมาบรรดา Activist Investors ชั้นพระกาฬของโลก เช่น Nelson Peltz แห่ง Trian Fund Management LP, Daniel Loeb แห่ง Third Point LLC, Keith Meister แห่ง Corvex Management ฯลฯ ได้ไล่บี้หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก เช่น บริษัท ดูปองท์, ดาวเคมิคอล, ยัม แบรนด์ส ฯลฯ ให้ปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มคุณค่าของผู้ถือหุ้น
ในช่วงปี 2558 ที่ผ่านมาบรรดา Activist Investors ชั้นพระกาฬของโลก เช่น Nelson Peltz แห่ง Trian Fund Management LP, Daniel Loeb แห่ง Third Point LLC, Keith Meister แห่ง Corvex Management ฯลฯ ได้ไล่บี้หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก เช่น บริษัท ดูปองท์, ดาวเคมิคอล, ยัม แบรนด์ส ฯลฯ ให้ปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มคุณค่าของผู้ถือหุ้น
Activist Investor เป็นบุคคล หรือกองทุนที่ซื้อหุ้นจำนวนมาก โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะยกเครื่องบริษัทนั้นๆ ครั้งใหญ่ มีเป้าหมายเป็นบริษัทที่ราคาหุ้นตกต่ำ แต่มีศักยภาพสูงที่จะเพิ่มคุณค่าหากปรับปรุงกลยุทธ์และการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ผู้บริหารของบริษัทเหล่านั้นมักจะยอมโอนอ่อนผ่อนตามแรงกดดันของ Activist Investor เพราะหากไม่ร่วมมือแล้ว จะต้องเผชิญหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยActivist Investor อาจจะซื้อหุ้นเพิ่มเพื่อถือหุ้นข้างมาก หรือหาเสียงสนับสนุนจากนักลงทุนกลุ่มอื่นเพื่อลงคะแนนให้ฝ่ายตนเองชนะในเลือกตั้งคณะกรรมการบริษัทชุดใหม่
แม้บทบาท Activist Investor จะส่งผลดี คือ ช่วยตรวจสอบและถ่วงดุลให้ฝ่ายบริหารตื่นตัวในการสร้างมูลค่าแก่ผู้ถือหุ้น แต่มักจะเน้นกลยุทธ์เพื่อสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในระยะสั้นเป็นหลัก และค่อนข้างละเลยกลยุทธ์ที่จะเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
ประการแรก มุ่งเน้นปรับลดค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ เช่น กรณีดูปองท์ แม้ที่ผ่านมาได้สร้างนวัตกรรมมากมาย เป็นต้นว่า เส้นใยไนลอน เส้นใยไลคร่า เส้นใยเคฟลาร์สำหรับเสื้อเกราะกันกระสุน ฯลฯ แต่ ActivistInvestor เห็นว่าต้องลดค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาจำนวนมากและการปลดพนักงานออกไป ซึ่งนับเป็นมาตรการลดค่าใช้จ่ายยอดนิยม จะกระทบอย่างมากต่อขวัญและกำลังใจของพนักงาน
ประการที่สอง มุ่งเน้นปรับโครงสร้างองค์กร ผลดีอาจไม่มากอย่างที่คิด แต่ก่อให้เกิดความยุ่งยากในทางปฏิบัติ เช่น กรณีของบริษัท ดูปองท์ กำหนดจะควบรวมกับบริษัท ดาวเคมิคอล ก่อน จากนั้นจึงค่อยแยกออกเป็น 3 บริษัทย่อย แต่ละบริษัทจะเชี่ยวชาญในแต่ละแขนงของธุรกิจเพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งแม้ฟังดูดีมากในแง่ทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติจะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายจำนวนมาก รวมถึงจะเกิดความยุ่งยากสับสนตามมา
ประการที่สาม มุ่งจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้ถือหุ้นจำนวนมาก อาจกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินของบริษัท รวมถึงขาดแคลนเงินทุนสำรองที่จะไปลงทุนเพิ่มเติมในโครงการใหญ่ในอนาคต เช่น บริษัท ยัม แบรนด์ส ได้ประกาศเมื่อปลายปี 2558 จะจ่ายเงินปันผลพิเศษและซื้อหุ้นคืนถึง 6,200 ล้านเหรียญสหรัฐ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อฐานะการเงินของบริษัท ทำให้ S&P ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ลง จากเดิม BBB ซึ่งเป็นระดับที่น่าลงทุน ปรับลดลงเหลือ BB ต่ำกว่าระดับที่น่าลงทุน เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง
บทบาทของ Activist Investors ในการรุกคืบสู่บริษัทยักษ์ใหญ่ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของบริษัทนั้นๆ รวมถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวด้วย







