
CK ได้ประโยชน์ ควบ BECL-BMCL
โดย...จิตรา อมรธรรม
โดย...จิตรา อมรธรรม
สัปดาห์นี้จึงอยากพูดถึง CK ซึ่งเป็นแม่และเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงที่สุดจากการควบรวมครั้งนี้ เบื้องต้นเราคาดว่า CK จะถือหุ้นใน BEM (บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) รวมกับบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL)) ราว 27% ซึ่งจะทำให้ได้ประโยชน์ทางบัญชีจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิของ BEM เข้ามา เราจึงปรับประมาณการกำไรปกติปี 2559 ของ CK ขึ้นเป็น 1,462 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด 245% จากปีนี้ และโดดเด่นที่สุดในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง
นอกจากนี้ มูลค่าของ BEM และธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจะเพิ่มขึ้นเป็น 32 บาท/หุ้น จาก 28 บาท/หุ้น (ก่อนการควบรวม) เราจึงปรับราคาเป้าหมายปี 2559 ของ CK ขึ้นเป็น 40 บาท และเลือก CK เป็น Top Pick ของกลุ่มรับเหมาในปีหน้า
รอคอยการลงทุนภาครัฐให้สัมฤทธิผลเป็นรูปธรรมในปี 2016
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเป็นธุรกิจที่ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจของประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะการลงทุนทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐ เมื่ออิงจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร พบว่าการอนุมัติแผนการลงทุนในปี 2558 อยู่ที่ 4% ของมูลค่าของโครงการทั้งหมด และถ้าหากเป็นไปตามแผนงานที่ประกาศ เราคาดว่า 40% ของมูลค่าโครงการทั้งหมดจะสามารถเริ่มประมูลได้ภายในปี 2559
กำไรปกติไตรมาส 3/2558 พลิกเป็นบวกเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส เติบโต 32% เมื่อเทียบปีต่อปี
CK รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2558 หดตัวอย่างมาก 82% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และ 76% เมื่อเทียบปีต่อปี เหลือ 284 ล้านบาท เพราะไม่มีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมในไตรมาสนี้ แต่ผลประกอบการพลิกจากขาดทุนเท่ากับ 3.4 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2558 และเติบโตได้ดีที่ 32% เมื่อเทียบปีต่อปีเป็น 245 ล้านบาท เพราะรายได้จากงานก่อสร้างเติบโต 3% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และ 11% เมื่อเทียบปีต่อปี เป็น 8,727 ล้านบาท บวกกับรายได้จากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและเงินปันผลที่เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และทรงตัวเมื่อเทียบปีต่อปี เท่ากับ 321 ล้านบาท
ประมาณการกำไรปกติปี 2559 โตก้าวกระโดด 138% เมื่อเทียบปีต่อปี ยังไม่รวม BEM
นักวิเคราะห์เราคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานปกติปี 2559 เท่ากับ 1,006 ล้านบาท หรือเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 138% (ยังไม่รวมกำไรที่จะเพิ่มขึ้นจากการรวม BECL และ BMCL) มีปัจจัยหนุนจากการรับรู้รายได้ของงานใน Backlog สิ้นปี 2558 ที่เพิ่มขึ้นเป็น 66,348 ล้านบาท เพราะงานส่วนใหญ่ประมาณ 60% มีกำหนดเสร็จและรับรู้เป็นรายได้ในปี 2559 ซึ่งคาดว่าจะเติบโตกว่า 14%
ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2559 เท่ากับ 40 บาท
นักวิเคราะห์ของเราปรับราคาเป้าหมายปี 2559 ขึ้นเป็น 40 บาท เนื่องจากมูลค่าของบริษัทใหม่ที่มีต่อ CK ภายหลังการควบรวมจะเพิ่มขึ้นจากเดิม 14 บาท/หุ้น (BECL+BMCL) เป็น 15 บาท/หุ้น (BEM) ซึ่งในเบื้องต้น CK คาดว่าจะถือหุ้นในบริษัทใหม่ราว 27%
ดังนั้น บริษัทจะได้ประโยชน์ทางบัญชีจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิของ BEM เข้ามาแทนการรับเงินปันผลจาก BECL และการรับรู้ผลขาดทุนสุทธิจาก BMCL ซึ่งจะทำให้กำไรปกติของ CK เติบโตก้าวกระโดด เราจึงปรับประมาณการกำไรปกติขึ้นเป็น 1,462 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 245% จากปีนี้ โดยจะทำให้มูลค่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้นจาก 14 บาท/หุ้น เป็น 17 บาท/หุ้น โดยอิง PB 3.4 เท่า และหลังจากเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการรถไฟทางคู่ จิระ-ขอนแก่น ด้วยการเสนอราคาที่ 2.34 หมื่นล้านบาท ทำให้ Backlog เพิ่มเป็น 8.98 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปีนี้







