
แบงก์รวยอู้ฟู่ทั้งปี3แสนล.
ไตรมาส2รับไปจุใจถึง7.4หมื่นล้าน
โพสต์ทูเดย์
— ธนาคารเก็บเกี่ยวรายได้ดอกเบี้ยเงินปันผลสุทธิไตรมาส 2 จุใจ 7.4 หมื่นล้าน คาดทั้งปีโกยรายได้ดอกเบี้ยเบาะๆ 3 แสนล้านรายงานข่าวจากธนาคารพาณิชย์ แจ้งว่า ธนาคารพาณิชย์ 13 แห่ง ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ที่ผ่านมา มีรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิรวมกัน 7.48 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยแล้วเติบโต 14.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลรวม 6.54 หมื่นล้านบาท จะเห็นว่าเพิ่มขึ้นถึง 9,400 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง รายงานประมาณการรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิของธนาคารพาณิชย์ทั้ง 10 แห่งว่า ในปี 2553 จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับ 2.97 แสนล้านบาท เติบโตถึง 15.4% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 2.57 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ หากนำตัวเลขประมาณการดังกล่าว ไปรวมกับตัวเลขของธนาคารอีก5 แห่ง ในปี 2552 ที่มีรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิรวมกันที่ 2.1 หมื่นล้านบาท บนสมมติฐานว่า รายได้ของทั้ง 5 แห่ง ในปี 2553 เท่ากับปี 2552 จะพบว่ารายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิของระบบธนาคาร 15 แห่ง ในปี 2553 รวมกันแล้วจะสูงถึง 3.18 แสนล้านบาท
นายสุวัฒน์ บำรุงชาติอุดม ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิของทั้งปี 2553 จะเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับการปล่อยสินเชื่อของระบบธนาคารในช่วงครึ่งปีหลัง หากระบบเศรษฐกิจไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมือง คาดว่าธนาคาร 10 แห่ง จะขยายสินเชื่อได้ถึง 89% ซึ่งทำให้ต้องมาปรับประมาณการรายได้ของระบบธนาคารพาณิชย์ขึ้นมาอีก
ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยของระบบธนาคารพาณิชย์นั้นยังขึ้นอยู่กับว่าทางการจะเข้ามาแทรกแซงธนาคารพาณิชย์ในเรื่องส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ หากทางการไม่ได้เข้ามาแทรกแซง ส่วนต่างดอกเบี้ยจะขยับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 2 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น ส่งผลดีต่อส่วนต่างดอกเบี้ยในระยะสั้น เพราะการที่ดอกเบี้ยเงินกู้ปรับขึ้นจะทำให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทันที
นายสุวัฒน์ กล่าวว่า ด้านกำไรสุทธิของธนาคาร 10 แห่งในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตขึ้นไม่น้อยกว่า 2425%
นายมาร์ค อาร์โนลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นมา 52% จากสิ้นปีที่แล้ว ถือว่าสูงกว่าเป้าหมาย 30% และตัวเลขทั้งปีธนาคารจะพยายามรักษาระดับไม่ให้ต่ำกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่รายได้ส่วนนี้เติบโตเพียง 26%







