
หุ้นมือถือเจ็บถ้วนหน้า JAS-TRUEหนีไม่พ้นเพิ่มทุน
ผลการประมูล 4จี บนคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ออกมาแล้ว บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ของกลุ่มจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล
โดย...ทีมข่าวหุ้นโพสต์ทูเดย์
ผลการประมูล 4จี บนคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ออกมาแล้ว บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ของกลุ่มจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ชนะไปในราคา 75,654 ล้านบาท สำหรับใบอนุญาตที่ 1 ส่วนใบอนุญาตที่ 2 สูงถึง 76,298 ล้านบาท ตกเป็นของบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ในกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) นักวิเคราะห์หลักทรัพย์มองว่าเป็นทุกขลาภของบริษัททั้งสองแห่ง และมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมือถือในระยะยาวเพราะมีผู้เล่นรายใหม่เกิดขึ้น และเป็นไปได้สูงมากที่ JAS จะต้องสร้างสงครามราคาเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรที่จะเกิดขึ้น ขณะที่ทุกบริษัทจำเป็นต้องมีการลงทุนขนาดใหญ่
นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า บริษัทที่ชนะการประมูลในราคาที่สูงมาก ทั้ง JAS และ TRUE จะต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ เรื่องการได้มาของสินทรัพย์สูงกว่าทรัพย์สินที่มีอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ทั้งสองบริษัทจำเป็นต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ปัจจุบัน JAS มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป จำนวน 34,098 ล้านบาท แต่ประมูลมาในราคาสูงถึง 75,654 ล้านบาท จำเป็นต้องเพิ่มทุนครั้งใหญ่รองรับการขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์
สำหรับ TRUE ที่มีงบการเงินย่ำแย่อยู่แล้ว เพราะบริษัทประสบปัญหาขาดทุนมานานหลายปี รอบนี้ประมูลใบอนุญาตมาได้ 2 ใบ รวมเป็นเงิน 1.1 แสนล้านบาท ขณะที่มีมาร์เก็ตแคป 178,407 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องใช้สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ แม้ว่าเพิ่งปลดหนี้ธนาคารไทยพาณิชย์ไป 4 หมื่นล้านบาท แต่ยังมีหนี้อยู่นับแสนล้านบาท
“ทรูจะเอาเงินมาจากที่ไหน ต้องเพิ่มทุนแน่นอน กลุ่มซีพีใส่เงินเข้ามาแล้ว กลุ่มไชน่า โมบายล์ จะใส่เงินเพิ่มทุนด้วยไหมและจะขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมด้วยหรือไม่ ไม่ว่าจะเลือกเพิ่มทุนแบบไหน ก็จะมีผลกระทบต่อราคาหุ้นในกระดานอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น โดยเฉพาะ JAS ที่อาจจะไดรูมมาก”
ด้านบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) นอกจากมีความเสี่ยงเรื่องธุรกิจแล้วหลังประมูลไม่ได้ จำเป็นต้องติดตามว่าจะปรับกลยุทธ์การตลาดและรับมือลูกค้าที่จะหนีไปอย่างไร เชื่อว่าจำเป็นจะต้องลงทุน 4จี เอง และจะต้องมีผลการดำเนินงานขาดทุนหลายปี ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้ถือหุ้น DTAC มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินปันผลอีกนาน หากบริษัทไม่ประกาศใช้นโยบายนำกำไรสะสมมาจ่ายเงินปันผล
“หุ้นสื่อสารไม่น่าสนใจ และราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวลงต่อเนื่อง จะกลับเข้ามาลงทุนได้เมื่อไร ก็ต้องดูว่าแต่ละบริษัทมีการบริหารสภาพคล่อง ปรับแผนการลงทุนและใช้กลยุทธ์ด้านการตลาดมาเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งคงต้องรอเวลาอีกนานกว่าจะเห็นผล” แหล่งข่าวเปิดเผย
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย ประเมิน JAS-TRUE ชนะประมูลคลื่น 900 MHz เป็น Negative Surprise บล.กสิกรไทย มองเป็นลบต่อกลุ่มสื่อสาร เนื่องจากมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาด น่าจะส่งผลลบต่อแนวโน้มการเติบโตของรายได้ และการแข่งขันเพิ่มขึ้น แนวโน้มปรับลดราคาเป้าหมายลงทุกตัว
“เรายังชอบ ADVANC ที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากคาดว่าจะยังจ่ายเงินปันผลได้ แต่ต้องปรับลดกำไรสุทธิลง ราคาหุ้นจะลดลงมาเพื่อให้ได้อัตราผลตอบแทนปันผล 5-6% ขณะที่ DTAC TRUE JAS ไม่น่าสนใจลงทุนเลย” นักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ระบุ







