posttoday
จัดพอร์ตรับปีหน้าผันผวนหนัก

จัดพอร์ตรับปีหน้าผันผวนหนัก

18 ธันวาคม 2558

บลจ.ทหารไทย มองเฟดขึ้นดอกเบี้ยหนุนตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว แนะรับมือปีหน้าลงทุน

บลจ.ทหารไทย มองเฟดขึ้นดอกเบี้ยหนุนตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว แนะรับมือปีหน้าลงทุน

นายไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการ สายงานที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย เปิดเผยว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จาก 0-0.25% เป็น 0.25-0.50% เป็นไปตามตลาดคาดการณ์ รวมทั้งการส่งสัญญาณจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ตลาดหุ้นต่างปรับตัวขึ้นรับความชัดเจนดังกล่าว

นอกจากนี้ การส่งสัญญาณทยอยขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐและลดแรงกดดันต่อตลาดเกิดใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีเงินไหลออกไปค่อนข้างมาก จากความกังวลกำไรบริษัทจดทะเบียนจะไม่ค่อยโต นักลงทุนจึงโยกไปลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐและญี่ปุ่น ทั้งที่ราคาหุ้นตลาดเกิดใหม่ถือว่าถูกมากแล้ว

นายไพศาล กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มการลงทุนในปี 2559 มองว่าตลาดหุ้นจะมีความผันผวนมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนยังกังวล 2 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ความขัดแย้งระหว่างประเทศ อย่างรัสเซียกับตุรกีจะลามไปในวงกว้าง และ 2.ความกังวลเศรษฐกิจจีนไม่เติบโต ดังนั้นการลงทุนควรเน้นจัดพอร์ตไปในสินทรัพย์หลายประเภท โดยแนะนำลงทุนตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น และยุโรป รวมถึงตลาดหุ้นจีนที่บริษัทมองว่าเศรษฐกิจไม่น่าจะหดตัวลงอย่างรุนแรง โดยเชื่อว่า จะแก้ปัญหาได้

ทั้งนี้ มองว่าตลาดหุ้นเกิดใหม่น่าสนใจลงทุนระยะยาว เนื่องจากราคาหุ้นถูกและแนวโน้มยังขยายตัวได้ ซึ่งช่วงที่ผ่านมานักลงทุนระยะยาวบางกลุ่มเริ่มเข้าซื้อหุ้นตลาดหุ้นเกิดใหม่บ้างแล้ว ส่วนตลาดหุ้นไทยมองผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่การจะขึ้นได้มากน้อยแค่ไหนอยู่ที่การขยายตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งบริษัทในกลุ่มพลังงานยังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำจึงฉุดตลาด

สำหรับราคาน้ำมันในปัจจุบันใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดเดิมช่วงหลังเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จึงมองเป็นจังหวะของนักลงทุนที่ชอบเล่นเก็งกำไรเป็นรอบ แต่หากราคาน้ำมันยังดิ่งต่อควรหลีกเลี่ยง ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มากและเงินลงทุนอยู่ในกองทุนตราสารหนี้ ยังถือต่อได้หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยแล้ว หากรับความเสี่ยงได้เพิ่มขึ้นแนะนำกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งผลตอบแทน 5-6% สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก

นายเจษฎา สุขทิศ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) อินฟินิติ กล่าวว่า หลังจากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยยังคงแนะนำให้ลงทุนหุ้นประมาณ 60% ของพอร์ต โดยเน้นลงทุนในหุ้นไทย หุ้นจีน และหุ้นญี่ปุ่น และให้น้ำหนักในหุ้นยุโรปและหุ้นอินเดีย

พร้อมกับแนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) ประมาณ 10-15% ของพอร์ต เนื่องจากเชื่อว่าการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของเฟดไม่ได้มีผลกระทบต่อตลาดมากนัก ในขณะที่การลงทุนตราสารหนี้แนะนำลงทุนในกองทุนเปิดที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้เอกชน อายุ 1-2 ปี หรือลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ประเภท Enhanced Money Market ซึ่งมีความผันผวนต่ำและสามารถไถ่ถอนหน่วยลงทุนและได้รับเงินในวันถัดไป (T+1) เพื่อเป็นการสำรองสภาพคล่อง

สำหรับสัดส่วนการลงทุนที่แนะนำนี้คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 10-15% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับตลาดหุ้นโลก โดยมีความเสี่ยงปานกลาง-สูง

“การจัดพอร์ตนี้อยู่บนสมมติฐานว่า เฟดขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เงินเหรียญสหรัฐไม่แข็งมากเหมือนที่ผ่านๆ มา และราคาน้ำมันปี 2559 ทรงตัวและปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 35 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ดังนั้น หุ้นกลุ่มพลังงานทั่วโลกหรือกลุ่มที่เกี่ยวกับโภคภัณฑ์น่าจะฟื้นตัว เช่นเดียวกับค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ หลังจากอ่อนค่ามานาน” นายเจษฎา กล่าว

อย่างไรก็ดี แนะนำให้ลดความเสี่ยงหากราคาน้ำมันปี 2559 ลงแรง เพราะจะมีหลายประเทศและหลายบริษัทประสบปัญหา อาจเกิดวิกฤตราคาโภคภัณฑ์ตกต่ำได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน