
สมัครกอช.แตะ6แสนคนปีนี้
กอช.ปรับเป้าหมายรับสมาชิกปีแรกเพิ่มเป็น 6 แสนราย หลังประชาชนแห่ออม
กอช.ปรับเป้าหมายรับสมาชิกปีแรกเพิ่มเป็น 6 แสนราย หลังประชาชนแห่ออม
นายสมพร จิตเป็นธม เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า ในปีนี้คาดว่าจะมีประชาชนผู้ประกอบอาชีพอิสระสมัครเข้าเป็นสมาชิก กอช. ประมาณ 6 แสนราย จากเดิมที่
คาดว่าจะมีสมาชิกสมัครปีแรก 5 แสนราย
ทั้งนี้ จากการประสานงานกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คาดว่าจะมีการส่งรายชื่อลูกค้าของ ธ.ก.ส.ที่ประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกเข้ามาเพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ของ กอช.ได้ลงพื้นที่พบประชาชนที่มีสิทธิสมัครสมาชิกพบว่าประชาชนสนใจการออมใน กอช.มากพอสมควร
ล่าสุด กอช.มีผู้เข้าสมัครสมาชิกทั่วประเทศแล้ว 3.82 แสนราย แบ่งเป็นภาคอีสาน 54% ภาคเหนือ 10% ภาคใต้ 9% ภาคกลาง 18% และภาคอื่นๆ รวมกันอีก 9% โดย กอช.คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมาย 6 แสนราย
“เดิมกำหนดเป้าหมายปีแรกจะมีจำนวนผู้สมัครสมาชิก 5 แสนราย แต่หลังจากที่ได้ประเมินกระแสตอบรับจากประชาชน กอช. จึงได้ปรับเป้าหมายจำนวนผู้สมัครสมาชิกภายในปีนี้มากขึ้นอีก 1 แสนราย รวมเป็น 6 แสนราย ที่จะทำได้ก่อนสิ้นปีนี้แน่นอน” นายสมพร กล่าว
นอกจากนี้ กอช.ยังเข้าร่วมงาน Thailand Smart Money 2015 เพื่อทำแผนงานเชิงรุกทั้งด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาดให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารและเกิดการตัดสินใจออมอย่างต่อเนื่อง โดย กอช.จะใช้เป็นที่พบกลุ่มเป้าหมายใน กทม. ซึ่งจะมีบริการตรวจสอบสิทธิรวมถึงการบริการข้อมูลการออมกับ กอช. เช่น สิทธิประโยชน์ที่ผู้ออมจะได้รับ ทั้งที่เป็นเงินสมทบจากรัฐ การได้รับสิทธิลดหย่อน-ยกเว้นภาษี และผลตอบแทนในอัตราที่รัฐบาลค้ำประกันไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำเฉลี่ย 12 เดือนของธนาคารพาณิชย์
“เรียกได้ว่า กอช. คือ กองทุนเดียวในประเทศไทยที่รัฐบาลค้ำประกันผลตอบแทน ซึ่งระบุไว้ชัดเจนตามกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าการออมกับ กอช.เป็นการออมที่มั่นคงและได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ” นายสมพร กล่าว
สำหรับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นทางเลือกสวัสดิการเงินออมเพื่อการเกษียณสำหรับประชาชนที่ประกอบอาชีพอิสระทุกประเภทและแรงงานนอกระบบ ซึ่งยังไม่มีหรือรับสวัสดิการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับหลักประกันยามชราภาพ ให้ได้มีการออมเงินและสิทธิรับเงินบำนาญสำหรับใช้จ่ายดูแลตนเองเมื่อเกษียณอายุ
ทั้งนี้ ประชาชนที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนสามารถออมได้ตามกำลังของแต่ละคนและไม่จำเป็นต้องออมเท่ากันทุกเดือนขั้นต่ำครั้งละ 50 บาท รวมแล้วปีละไม่เกิน 13,200 บาท ซึ่งรัฐบาลจะสมทบให้อีกปีละไม่เกิน 600 บาท สำหรับผู้ที่มีอายุ 15-30 ปี ไม่เกิน 960 บาท อายุ 30-50 ปี และไม่เกิน 1,200 บาท อายุ 50-60 ปี เมื่ออายุครบ 60 ปี รัฐบาลจะจ่ายเงินบำนาญเป็นรายเดือนเดือนละเท่าๆ กันไปจนกระทั่งเสียชีวิต







