
แจงปมร้อน ‘ภาษีปิโตรเลียม’
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังปรับปรุงแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2558 กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ได้ให้ความเห็นต่อประเด็นข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 จำนวน 15 ประเด็น โดยมีประเด็นที่สำคัญๆ และน่าสนใจ 11 ประเด็น คือ
1.ข้อเสนอวิธีการ หลักเกณฑ์และการปฏิบัติทางบัญชี ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ เสนอให้ใช้วิธีสากล คือ ระบบ Successful-Efforts (SE) และระบบ Full Cost (FC) รวมทั้งต้องกำหนดให้บริษัทผู้รับสัมปทานยื่นแบบฯ เป็นรายแปลง โดยกรมสรรพากรเห็นต่อประเด็นนี้ว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการต้องเลือกใช้วิธีการทางบัญชีที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลอยู่แล้ว แต่เลือกแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเองได้
อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากร เห็นว่า การยื่นแบบฯ แบบรวมแปลงสำรวจ เหมาะสมอยู่แล้ว เพราะเป็นการดึงดูดให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพลงทุนในแปลงสำรวจใหม่ๆ โดยให้ผู้รับสัมปทานที่มีแปลงสำรวจหลายแปลง สามารถนำผลขาดทุนของแปลงใดๆ ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขกฎหมายเดียวกัน มาหักเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับแปลงที่มีกำไรได้
2.ข้อเสนอที่ให้ผู้รับสัมปทานต้องยื่นแผนการผลิต รายงานผลการประกอบกิจการปิโตรเลียม แผนงานและงบประจำปี และงบบัญชีค่าใช้จ่ายและงบประมาณประจำปี ให้กรมสรรพากรนั้น กรมสรรพากร ระบุว่า ปัจจุบันกฎหมายให้อำนาจกรมในการเรียกรายงานดังกล่าวในกรณีที่มีข้อสงสัยอยู่แล้ว กรมจึงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้ไขที่อาจเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่
3.ข้อเสนอการเพิ่มบทบัญญัติเพื่อป้องกันการจำหน่ายเงินกำไรที่ทำในรูปแบบของการจ่ายดอกเบี้ยและการใช้สิทธิประโยชน์จากอนุสัญญาภาษีซ้อน เพื่อลดอัตราภาษี ต่อประเด็นดังกล่าว กรมสรรพากร เห็นว่า กฎหมายปัจจุบันห้ามนำเอาดอกเบี้ยมารวมเป็นค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว และในทางปฏิบัติกรมจะพิจารณาตามข้อเท็จจริงว่ารายจ่ายที่จ่ายไปต่างประเทศนั้น เป็นรายจ่ายประเภทดอกเบี้นหรือการจำหน่ายกำไรไปต่างประเทศ แต่ในระยะยาวอาจปรับปรุงกฎหมายให้ชัดเจนขึ้น
4.ข้อเสนอการกำหนดนิยามของราคาตลาดในส่วนที่เป็นรายจ่ายให้ชัดเจน กรมสรรพากร ระบุว่า กรมมีมาตรการป้องกันการตั้งราคาโอนที่สามารถใช้ปฏิบัติได้อยู่แล้ว แต่ในระยะยาวอาจพิจารณาแก้ไขกฎหมายให้ชัดเจนขึ้น
5.ข้อเสนอเกี่ยวกับการลดหย่อนผลการขาดทุน และการโอนกิจการปิโตรเลียม ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ เสนอให้กำหนดกรณีการนำผลขาดทุนมาหักเป็นรายจ่าย จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีอย่างมีนัยสำคัญ และกำหนดให้การโอนสัมปทานทุกแปลงจะต้องไปรับอนุมัติจากกรรมการปิโตรเลียม คณะรัฐมนตรี แทนที่จะให้ รมว.พลังงาน อนุมัติเท่านั้น ซึ่งกรมสรรพากรรับจะนำไปพิจารณาเพื่อให้เกิดความรัดกุม
6.ข้อเสนอการคำนวณมูลค่าเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศและการชำระภาษีเป็นเงินตราต่างประเทศ ต้องกำหนดให้กรณีรับชำระภาษีและค่าภาคหลวงที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรายได้ของรัฐ ซึ่งกรมสรรพากรจะรับข้อเสนอดังกล่าวไปปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย
7.ข้อเสนอในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ของค่าใช้จ่ายที่เป็นการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งกรมสรรพากร ระบุว่า อยู่ระหว่างกำหนดหลักเกณฑ์ในรายละเอียดที่เหมาะสม เพื่อการหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
8.ข้อเสนอให้กรมสรรพากรต้องปรับปรุงกฎหมายในระดับ พ.ร.บ.เกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ในการหักรายจ่ายตามปกติ และจำเป็นในการคำนวณกำไรสุทธิ เพื่อให้การคำนวณต่างๆ มีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยกรมสรรพากร ให้ความเห็นว่า จะรับไปดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล สอดคล้องกับผลประโยชน์ประเทศและไม่เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการ
9.ข้อเสนอให้ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ควรกำหนดวิธีการจำแนกรายได้และรายจ่ายของผู้ร่วมสัมปทานให้ชัดเจน ซึ่งกรมสรรพากรรับจะนำไปศึกษารายละเอียดให้รอบคอบก่อนจะมีการแก้ไขกฎหมายต่อไป
10.ข้อเสนอให้ยกเลิกการยกเว้นภาษีหรือค่าธรรมเนียมทุกชนิดที่ต้องจ่ายแก่รัฐ ตามมาตรา 70 และ 71 แห่ง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม โดยกรมสรรพากร ระบุว่า การยกเว้นภาษีขาเข้าสำหรับเครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ ทุกประเทศให้นำค่าใช้จ่ายมาส่วนนี้มาหักได้อยู่แล้ว เนื่องจากธุรกิจปิโตรเลียมการลงทุนสูงและมีความเสี่ยงสูง หากไม่มีข้อกำหนดนี้จะทำให้ประเทศเสียเปรียบในการดึงดูดการแข่งขัน
และ 11.ข้อเสนอให้กำหนดราคาปิโตรเลียมในประเทศและส่งออกให้ชัดเจน เป็นไปตามหลักสากล และให้กำหนดเงื่อนไข หลักเกณฑ์และวิธีการในกฎกระทรวง ซึ่งกรมสรรพากร เห็นว่า ข้อกำหนดดังกล่าวกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างพิจารณา







