posttoday
BEM

BEM

15 ธันวาคม 2558

BEM จะเป็นการรวมตัวของสองบริษัทที่มีศักยภาพคนละด้านคือ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง (แต่โอกาสในการเติบโตในระยะยาวแทบไม่มี) และบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) ที่มีโอกาสประมูลงานรถไฟฟ้าหลากสี (แต่ฐานการเงินไม่พร้อม) ภายหลังการรวมตัวของทั้งสองบริษัทแล้ว มูลค่าตลาด (Market cap) น่าจะสูงถึง 6-7 หมื่นล้านบาท (ขึ้นอยู่กับราคาหุ้น BEM ซึ่งต้องมาคูณกับจำนวนหุ้นคือ 15,285 ล้านหุ้น) ได้เข้ามาอยู่ใน SET50 ได้สบายๆ ในรอบครึ่งปีหลัง (ก.ค.-ธ.ค. 2559)

BEM จะเป็นการรวมตัวของสองบริษัทที่มีศักยภาพคนละด้านคือ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง (แต่โอกาสในการเติบโตในระยะยาวแทบไม่มี) และบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) ที่มีโอกาสประมูลงานรถไฟฟ้าหลากสี (แต่ฐานการเงินไม่พร้อม) ภายหลังการรวมตัวของทั้งสองบริษัทแล้ว มูลค่าตลาด (Market cap) น่าจะสูงถึง 6-7 หมื่นล้านบาท (ขึ้นอยู่กับราคาหุ้น BEM ซึ่งต้องมาคูณกับจำนวนหุ้นคือ 15,285 ล้านหุ้น) ได้เข้ามาอยู่ใน SET50 ได้สบายๆ ในรอบครึ่งปีหลัง (ก.ค.-ธ.ค. 2559)

นักวิเคราะห์เราประเมินมูลค่าพื้นฐานสิ้นปีหน้าได้เท่ากับ 6 บาท (Discounted Cash Flow) จากสัมปทานปัจจุบันที่มีในมือ ยังไม่รวมรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีอื่นๆ ที่จะเปิดประมูลในปีหน้า มูลค่าพื้นฐานดังกล่าวจึงมี Upside ขณะเดียวกันก็คาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผล 0.11 บาท/หุ้น สำหรับผลประกอบการปี 2559 BEM จึงจัดเป็น Growth with Dividend Opportunity Stock ที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง

หุ้นใหม่เริ่มซื้อขาย 5 ม.ค. 2559

หลังจากผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในการควบรวม BECL และ BMCL หลังจากนี้ทั้งสองบริษัทจะขอหยุดทำการซื้อขายหุ้นเป็นเวลา 8 วันทำการ ตั้งแต่ 21-30 ธ.ค. 2558 เพื่อทำการควบรวมบริษัทให้แล้วเสร็จ วันสุดท้ายที่นักลงทุนซื้อแล้วได้สิทธิในการแลกหุ้นคือวันศุกร์ที่ 18 ธ.ค.นี้ สัดส่วนยังคงเดิมคือ 1 BECL : 8.65537841 BEM และ 1 BMCL : 0.42050530 BEMสำหรับการประชุมผู้ถือหุ้นร่วมจะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 28 ธ.ค. 2558 และหุ้นบริษัทใหม่ “BEM” จะเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 5 ม.ค. 2559

ปิดจุดอ่อนเสริมจุดแข็งรวมเป็นหนึ่ง

BEM เป็นบริษัทที่ปิดจุดอ่อนของทั้ง BECL และ BMCL และรวมจุดแข็งด้านโอกาสการเติบโตและความแข็งแกร่งทางการเงินเอาไว้ด้วยกัน เพราะ BECL บริษัทเอกชนที่รับสัมปทานให้บริการทางพิเศษเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงแต่ขาดโอกาสการเติบโต ขณะที่ BMCL เป็นผู้เดินรถไฟฟ้าใต้ดินแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศเช่นกัน มีโอกาสที่จะเติบโตอีกมากแต่ฐานะทางการเงินไม่แข็งแกร่งนัก

ภายหลังการควบรวมเราคาดว่ารายได้ของ BEM ในปี 2559 จะเติบโตสูง 22% จากรถไฟฟ้าสายสีม่วงและทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกที่จะเริ่มให้บริการตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2559 และจะได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยจ่ายที่คาดว่าจะลดลงเหลือ 4% ทำให้ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage) เพิ่มเป็น 4.4 เท่า และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ต่ำเพียง 1.1 เท่า นอกจากนี้การที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) ซึ่งคาดว่าจะเปิดประมูลเดือน พ.ค.ปีหน้า ยิ่งเปิดโอกาสให้ BEM ที่ถ้าประมูลได้จะยิ่งเป็นประโยชน์เพราะสายสีส้มมีจุดเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงที่บริษัทให้บริการอยู่

Upside เปิดกว้างจากแผนการลงทุนระบบขนส่งมวลชน

BEM ยังมี Upside ที่เปิดกว้างมากกว่าที่เห็นในปัจจุบันจากแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐกำลังมุ่งไปยังระบบคมนาคม เพราะมีโครงการรถไฟฟ้าเขตเมืองรวมอยู่ใน PPP Fast Track กว่า 3 เส้นทางด้วยกัน คือ สายสีน้ำเงิน (ส่วนต่อขยาย) สายสีชมพู และสายสีเหลือง ซึ่ง BEM มีความได้เปรียบกว่าคู่แข่งเพราะรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ปัจจุบัน) ถูกวางแผนไว้ให้เป็นการเดินรถแบบ Circle Line วนรอบกรุงเทพฯ ชั้นใน ซึ่งจะมีรถไฟฟ้าอีกหลายเส้นที่จะเชื่อมต่อกัน ดังนั้น BEM จึงมีโอกาสที่จะได้สัมปทานของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายในอนาคตอันใกล้

ประเมินราคาพื้นฐานสิ้นปี 2559 ที่ 6 บาท

ธุรกิจให้บริการขนส่งมวลชนระบบสัมปทานจะมีรายได้และรายจ่ายที่ค่อนข้างแน่นอน เราจึงประเมินมูลค่าพื้นฐานของ BEM โดยวิธี DCF (Discounted Cash Flow) ทำให้ได้ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2560 เท่ากับ 6 บาท โดยยังไม่รวมโครงการคมนาคมของภาครัฐที่จะเปิดประมูลในระยะข้างหน้า

นอกจากนั้น บริษัทยังรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไร ซึ่งเราคาดว่าเงินปันผลของผลประกอบการปี 2559 น่าจะเป็น 0.11 บาท/หุ้น BEM จึงน่าจะเป็น Growth with Dividend Opportunity Stock ที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน