posttoday
คนรุ่นใหม่ Slow Life?

คนรุ่นใหม่ Slow Life?

15 ธันวาคม 2558

 วันนี้เราเริ่มได้ยินกระแส คนรุ่นใหม่ Slow Life กันมากขึ้น ...คือ ชิลเกิน?

 วันนี้เราเริ่มได้ยินกระแส คนรุ่นใหม่ Slow Life กันมากขึ้น ...คือ ชิลเกิน?

เราต้องมองให้เข้าใจก่อนว่า คนแต่ละ Generationเกิดในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ย่อมมองไม่เหมือนกัน ...อย่าง Baby Boomer ที่วันนี้เป็นเจ้าของกิจการใหญ่โต เกิดในช่วงที่ความต้องการมากกว่าคนผลิตสินค้า คือ Demand มากกว่า Supply แถมหลังสงครามมันคือช่วงแห่งความลำบาก ทุกอย่างต้องเริ่มสร้างใหม่ ...ประเทศไทยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเป็นยุคแห่งการสร้างตัว “ลอดลายมังกร เสื่อผืน หมอนใบ ขยัน ประหยัด อดทน”

ดังนั้น ความสำเร็จในยุคนั้นคือ การทำอะไรก็ได้ ต้องขยัน ต้องอึด ทุกอย่างเป็นโอกาสขอให้สู้และอดทน ทำให้ยุคนั้นมีค่านิยมของการสู้ชีวิต ทำแล้วเก็บ ไม่ใช้เพราะรู้ซึ้งถึงความยากลำบากในช่วงนั้น

แต่คุณมาดูยุคนี้ซิ Gen Y มักเป็นรุ่นที่ 3 ของครอบครัว ...ปู่สร้าง พ่อขาย ถึงลูกก็สบายดิครับ แล้วไงต่อล่ะ?

Gen Y เกิดมาในยุคของ สบายกาย ลำบากใจ เพราะวันนี้คนผลิตสินค้ามันเกินความต้องการบริโภค จนทั้งโลกพลิกตัวเข้ามาจุดสมดุลในการผลิต คือ ธุรกิจต่างๆ เริ่มขายของไม่ได้ เหนื่อย!! เพราะคนผลิตสินค้าเหมือนๆ กันมากเกินไป ...จนมันเข้าสู่ Peak หรือจุดสูงสุดของยุคอุตสาหกรรม

วันนี้สิ่งที่เราจะเจอคือ การเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งโลก คำถามที่เกิดขึ้นคือ

1.การทำงานหนัก เพิ่มผลผลิต เพื่อลดราคา สุดท้ายสร้างสินค้าที่ดีต่อลูกค้า หรือสร้างขยะกันแน่?

2.ผลผลิตที่เกิน เช่น กำลังการผลิตของโรงงานต่างๆ ที่กู้และขยายจนเกินความต้องการ จะจัดการกับผลผลิตส่วนเกินอย่างไร คุณจะใช้โฆษณา ซึ่งไม่ work เพื่อดึงดูดให้คนซื้อสินค้าที่จริงๆ ลูกค้าไม่ต้องการ หรือคุณจะเปลี่ยนวิธีคิดในการสร้างสินค้าและบริการใหม่?

3.ปัญหาการสร้างหนี้ของธุรกิจทั้งโลกที่กู้กันเกินตัวเพื่อขยายธุรกิจ ส่งผลให้เงินล้นระบบ และดันราคา Asset ทั่วโลกให้แพงเกินจริง จนวันนี้การทำธุรกิจมีต้นทุนที่สูงเกินจริงวันนี้คุณจะซื้อที่ดินเอามาทำธุรกิจ แทบจะไม่คุ้มอีกต่อไป แปลว่าอะไร? Bubble เมื่อไหร่จะแตก?...แล้วหลังจากแตก คนที่คิดว่าตัวเองรวย จะซวยแค่ไหน?

4.เงินเท่าไหร่ก็ไม่พอเกษียณ เพราะเราแสวงหาเงินก้อนมากกว่ากระแสเงินสด ซึ่งไม่เคยมีใครเกษียณแล้วสบายใจ หากไม่มี Passive Income ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจประเด็นนี้เลย

5.คนส่วนใหญ่ทำงานที่ไม่ชอบเพื่ออะไร เพื่อให้ผลงานห่วย เพื่อให้ชีวิตเครียด พอเครียดและผลงานห่วย ก็ได้เงินน้อยตามมา “ทำไมต้องเดินตามเส้นทางเดิมล่ะ?”

ทั้งที่วันนี้โลกเราให้ทางเลือกกับคนที่ทำงานที่รักแถมได้เงิน เช่น คน 10% ของทุกสายอาชีพ ...คนส่วนใหญ่ยังคิดว่างานคือ “กรรม” ทั้งที่คน 10% เขาทำงานเพื่ออธิบายตัวตน

คำว่าเกษียณไม่มีอยู่จริงสำหรับคน Top ในทุกอาชีพ

คุณคิดดีๆ ซิ แล้วจะพบว่า อีก 10 ปี คนที่เข้าใจ และเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกอาชีพ จะทิ้งห่างคนที่ไม่เข้าใจอย่างไม่เห็นฝุ่น ทั้งด้านการเงิน และความสุขในชีวิต

สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ในวันนี้ ไม่ใช่ตามกระแส แต่คือการนำกระแส “การนำกระแส คือ การนำตัวเอง โดยเริ่มจากเข้าใจตัวเอง หาจุดที่ดีที่สุดที่เหมาะกับตัวเอง เริ่มจากการหาตัวเองให้เจอ ค้นหางานที่เรารักที่จะทำ โดยโจทย์ก็คืองานนั้น ไม่ว่าจะได้เงินมากหรือน้อย อาจจะไม่ได้เงินเลย เราก็ยังยินดีที่จะทำมันชั่วชีวิต ...งานแบบนั้นแหละ ที่ควรจะเป็นงานของเรา งานนั้นแหละที่มันอธิบายความเป็นเรา ยิ่งทำงานแบบนั้น ชีวิตยิ่งชัดเจน เพราะเราเห็นคุณค่าในตัวเราผ่านงานนั้นที่เราทำ คนอื่นจึงเห็นตัวตนของเรา และคุณค่าจากงานที่เราทำ” มันเป็นสมการชีวิตที่กลับข้างกับคนส่วนใหญ่ ที่ทนทำงานเพื่อเงิน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เงิน แต่สมการนี้เริ่มจากงานที่ใช่ แล้วสุดท้ายเงินตามมาเอง

โลกกำลังเปลี่ยนแล้วจริงๆ ครับ คุณพร้อมรับมันหรือยัง?

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน