posttoday
ยุทธศาสตร์สมคิด

ยุทธศาสตร์สมคิด

10 ธันวาคม 2558

หลังรองนายกฯ สมคิด ประกาศว่าไทยจะต้องเป็นมิตรกับทุกประเทศในอาเซียน เราต้องเป็น Connectivity ให้อาเซียนให้ได้ ต้องเชื่อมโยงเหนือ-ใต้-ออก-ตก เราต้องปฏิรูปให้เสร็จภายในปีครึ่งให้สำเร็จ เรื่อง Red Tape  ในระบบราชการต้องหมดไป อุตสาหกรรมก็ต้องเปลี่ยนบีโอไอจะสนับสนุน High Value Added เพื่อสร้าง S Curve ตัวใหม่ จะเชิญญี่ปุ่น จีน รัสเซียมาร่วมลงทุน โดยเฉพาะจีนเราต้องเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่สร้างรถไฟ ต้องสร้างนักรบเอสเอ็มอี สร้างแบรนด์ Thailand Best แล้วเอาไปติดกับ อี-คอมเมิร์ซ ต้องขจัดคอร์รัปชั่นและแรงงานทาส ต้องรักษาสิ่งแวดล้อมและต้องเน้นประชารัฐ ฯลฯ

หลังรองนายกฯ สมคิด ประกาศว่าไทยจะต้องเป็นมิตรกับทุกประเทศในอาเซียน เราต้องเป็น Connectivity ให้อาเซียนให้ได้ ต้องเชื่อมโยงเหนือ-ใต้-ออก-ตก เราต้องปฏิรูปให้เสร็จภายในปีครึ่งให้สำเร็จ เรื่อง Red Tape  ในระบบราชการต้องหมดไป อุตสาหกรรมก็ต้องเปลี่ยนบีโอไอจะสนับสนุน High Value Added เพื่อสร้าง S Curve ตัวใหม่ จะเชิญญี่ปุ่น จีน รัสเซียมาร่วมลงทุน โดยเฉพาะจีนเราต้องเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่สร้างรถไฟ ต้องสร้างนักรบเอสเอ็มอี สร้างแบรนด์ Thailand Best แล้วเอาไปติดกับ อี-คอมเมิร์ซ ต้องขจัดคอร์รัปชั่นและแรงงานทาส ต้องรักษาสิ่งแวดล้อมและต้องเน้นประชารัฐ ฯลฯ

ทำให้มีหลายคนถามผมว่าสิ่งที่รองฯ สมคิด ประกาศคือ “ยุทธศาสตร์ของประเทศ” ที่ผมถามหาใช่มั้ย? คำตอบคือ “ไม่ใช่” ครับ สิ่งที่รองฯ สมคิด ประกาศเป็นเพียง “เป้าหมาย” หรือ “ตำแหน่งประเทศที่กว้างเวิ้งว้าง” ที่รองฯ สมคิด “อยาก” ให้ไทยเป็น เพียงแต่ยังคิดแบบเดิมๆ คืออยากได้ของดีๆ ให้เกิดขึ้นไปหมด ซึ่งไม่แปลกและเข้าใจได้ เพราะไทยเราขาดทุกอย่างที่พูดมานั่นแหละครับ การพูดแบบนั้นสรุปสั้นๆ ได้ว่า “อะไรไม่ดีเราแก้ไข อะไรดีๆ เราจะทำให้หมด” นั่นเอง

ยุทธศาสตร์ที่ดีนั้นประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ การวิเคราะห์สถานการณ์ การทำสวอตเพื่อกำหนดตำแหน่งประเทศ และการกำหนดกรอบนโยบายปฏิบัติ ที่ทุกฝ่ายอ่านแล้วเข้าใจว่าอะไรคือหน้าที่และ KPI ของตนเอง

ในส่วนการวิเคราะห์ต้องวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งภายนอก ภายในอาเซียนและในไทย ต้องมองให้ทะลุว่าจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นบนโลกใบนี้ ไทยต้องเผชิญกับความท้าทายอะไรบ้าง ขั้นตอนนี้ รองฯ สมคิด และคณะ “ละเลย” การอธิบายความกับสาธารณชนว่าวิเคราะห์ไว้อย่างไร พวกเราเลยไม่ทราบว่าสิ่งที่รองฯ สมคิด วิเคราะห์ไว้ตรงกับสิ่งที่คนอื่นๆ วิเคราะห์ไว้หรือไม่ อย่างไร

การวิเคราะห์สถานการณ์มีความสำคัญอย่างยิ่ง เหมือนๆ กับการวินิจฉัยโรคครับ ถ้าวินิจฉัยสาเหตุของโรคผิด ยาที่ให้ก็จะผิดตาม ตอนนี้ทุกคนรู้ว่าไทยเราส่งออกไม่ได้ ถ้ารองฯ สมคิด วิเคราะห์ว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจโลกไม่ดีไทยเลยส่งออกไม่ได้ มาตรการเพื่อแก้ไขก็จะเป็นแบบหนึ่ง แต่ถ้ารองฯ สมคิด วิเคราะห์ว่าเป็นเพราะโครงสร้างการผลิตเราผิด ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากความล้มเหลวของการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการที่ไทยเราขาด “ยุทธศาสตร์” และ “ตำแหน่งประเทศ” ที่ชัดเจน การแก้ไขก็จะออกมาเป็นอีกแบบหนึ่ง

แค่วิเคราะห์เรื่องนี้เรื่องเดียวก็สนุกแล้วนะครับ เพราะถ้ารองฯ สมคิด วิเคราะห์แบบผมว่า ที่ไทยเราส่งออกไม่ได้ เพราะเราขาดยุทธศาสตร์และบีโอไอทำงานล้มเหลว รองฯ สมคิด จะไม่มีวันใช้ทีมเดิมๆ ที่เคยทั้งเขียนแผนชาติ แต่ขาดยุทธศาสตร์ และทีมบีโอไอเดิมที่ตอนนี้เป็นใหญ่ทั้งในกระทรวงอุตสาหกรรมและบีโอไอมาช่วยขับเคลื่อน เรื่องการส่งเสริมการลงทุนต่างๆ เป็นแน่

เพราะถ้าวิเคราะห์แบบผม รองฯ สมคิด จะต้องถามผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมและบีโอไอ ว่า ทำไมที่ผ่านมาเห็นประกาศว่ายอดส่งเสริมการลงทุนทะลุเป้ามาตลอด ทำไมเศรษฐกิจไทยไม่เติบโต ตัวเลขอะไรมันหลอกตาหรือเปล่า?

สอง ทำไมที่ผ่านมาอุตสาหกรรมระดับโลกจึงไม่มาลงทุนที่ไทย แต่หันไปลงทุนที่เพื่อนบ้านหมด เขาส่งเสริมการลงทุนต่างกับเราอย่างไร? 

สาม การลงทุนแบบลดหย่อนภาษีให้นั้น “คุ้ม” จริงๆ หรือไม่? ภาษีหายไปปีละเท่าไหร่? ประโยชน์ได้มาปีละเท่าไหร่?

สี่ ประเทศอื่นๆ ที่ส่งเสริมการลงทุนสำเร็จได้โดยไม่ต้องใช้มาตรการด้านภาษีมีมั้ย เขาทำกันอย่างไร?

และห้า ที่ผ่านมาพวกคุณพลาดกันตรงไหน รู้ตัวกันหรือยัง และรู้หรือยังว่าจะแก้ไขอย่างไร?

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน