
แบงก์กรุงศรีฟาดส่วนต่างดอกเบี้ยสูง5%
โพสต์ทูเดย์ — ธนาคารกรุงศรีฯ กินส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิพุงกาง 5% รายได้ค่าธรรมเนียมพุ่งปรี๊ด 52% ทะลุเป้าทั้งปีไม่ต่ำกว่า 30% จากลูกค้ารายย่อย นายมาร์ค อาร์โนลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ธนาคารสามารถขยายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิในครึ่งปีแรกขึ้นไปอยู่ที่ 5% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ทั้งปี NIM จะไม่ต่ำกว่า 5% จกจจากปี 2552 อยู่ที่ 4.1%นายมาร์ค กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารสูง เพราะโครงสร้างของธนาคารมีสัดส่วนลูกค้ารายย่อยมากที่สุดอยู่ที่ 42% โดยเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มากที่สุด 19%ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเข้าซื้อกิจการเช่าซื้อรถยนต์จึงเป็นตัวผลักดัน NIM นายมาร์ค กล่าวว่า รายได้ค่าธรรมเนียมในครึ่งปีแรกเติบโต 52% หรือ 6,260 ล้านบาท เกินเป้าหมายที่วางไว้ทั้งปีรายได้ค่าธรรมเนียมต้องไม่ต่ำกว่า 30% โดยรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มมาจากโครงสร้างสินเชื่อของธนาคารที่มีรายย่อยมากสุด ขณะที่ปี 2552 รายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารเติบโต 26%ทั้งนี้ ไตรมาส 3 ธนาคารอาจมีการทบทวนเป้าหมายรายได้ค่าธรรมเนียมอีกครั้ง เพราะขณะนี้ทำได้เกินเป้าหมา
โพสต์ทูเดย์ — ธนาคารกรุงศรีฯ กินส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิพุงกาง 5% รายได้ค่าธรรมเนียมพุ่งปรี๊ด 52% ทะลุเป้าทั้งปีไม่ต่ำกว่า 30% จากลูกค้ารายย่อย
นายมาร์ค อาร์โนลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ธนาคารสามารถขยายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิในครึ่งปีแรกขึ้นไปอยู่ที่ 5% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ทั้งปี NIM จะไม่ต่ำกว่า 5% จกจจากปี 2552 อยู่ที่ 4.1%
นายมาร์ค กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารสูง เพราะโครงสร้างของธนาคารมีสัดส่วนลูกค้ารายย่อยมากที่สุดอยู่ที่ 42% โดยเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มากที่สุด 19%ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเข้าซื้อกิจการเช่าซื้อรถยนต์จึงเป็นตัวผลักดัน NIM
นายมาร์ค กล่าวว่า รายได้ค่าธรรมเนียมในครึ่งปีแรกเติบโต 52% หรือ 6,260 ล้านบาท เกินเป้าหมายที่วางไว้ทั้งปีรายได้ค่าธรรมเนียมต้องไม่ต่ำกว่า 30% โดยรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มมาจากโครงสร้างสินเชื่อของธนาคารที่มีรายย่อยมากสุด ขณะที่ปี 2552 รายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารเติบโต 26%
ทั้งนี้ ไตรมาส 3 ธนาคารอาจมีการทบทวนเป้าหมายรายได้ค่าธรรมเนียมอีกครั้ง เพราะขณะนี้ทำได้เกินเป้าหมายทั้งปีแล้ว
“ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าใจสิ่งที่เราทำอยู่ และไม่ได้ต้องการทราบตัวเลขการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม ซึ่งทุกธนาคารก็ได้เข้าพบ ธปท. แต่ ธปท.ไม่รู้รายละเอียดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มส่วนหนึ่งเกิดจากการเข้าซื้อกิจการทำให้ฐานลูกค้าเราเปลี่ยน จึงส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมสูง ขณะที่เรื่องการลดค่าธรรมเนียมหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างหารือกันในสมาคมธนาคารไทย ขึ้นอยู่สมาคมจะตกลงอย่างไร เพื่อตอบกลับไปอยังธปท.อีกครั้ง” นายมาร์ค กล่าว
สำหรับสัดส่วนสินเชื่อของธนาคารนั้น ที่แบ่งเป็น สินเชื่อรายย่อย 42% สินเชื่อรายใหญ่ 30% และสินเชื่อขนาดกลางและขนาดย่อม 28% จากยอดสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 618,900 ล้านบาท เป็นสัดส่วนที่พอใจ โดยเฉพาะสัดส่วนลูกค้ารายย่อย อาจจะเพิ่มประมาณ 4246% ถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการดำเนินธุรกิจ
นายมาร์ค กล่าวว่า สินเชื่อครึ่งปีแรกเติบโต 3.2% จากเป้าหมายสินเชื่อทั้งปี 8% สาเหตุที่สินเชื่อชะลอในครึ่งปีแรก เพราะเดือน เม.ย.พ.ค. เกิดปัญหาในประเทศ แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังจะทำได้ตามเป้าหมาย โดยหลัก ๆ จะมาจากสินเชื่อรายย่อย ได้แก่ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อที่อยู่อาศัย
ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) ครึ่งปีแรกลดลงมาอยู่ที่ 49,702 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 52,080 ล้านบาท จากการขายหนี้ออกไปในบางส่วน โดยภายในเดือนนี้ธนาคารจะทำการขายหนี้ออกไปอีก 5,254 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ไตรมาสที่ 3 เอ็นพีแอลจะอยู่ในระดับต่ำกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท และมีความเป็นไปได้ว่า ธนาคารอาจจะขายหนี้ออกไปอีก
นายมาร์ค อาร์โนลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ธนาคารสามารถขยายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิในครึ่งปีแรกขึ้นไปอยู่ที่ 5% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ทั้งปี NIM จะไม่ต่ำกว่า 5% จกจจากปี 2552 อยู่ที่ 4.1%
นายมาร์ค กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารสูง เพราะโครงสร้างของธนาคารมีสัดส่วนลูกค้ารายย่อยมากที่สุดอยู่ที่ 42% โดยเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มากที่สุด 19%ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเข้าซื้อกิจการเช่าซื้อรถยนต์จึงเป็นตัวผลักดัน NIM
นายมาร์ค กล่าวว่า รายได้ค่าธรรมเนียมในครึ่งปีแรกเติบโต 52% หรือ 6,260 ล้านบาท เกินเป้าหมายที่วางไว้ทั้งปีรายได้ค่าธรรมเนียมต้องไม่ต่ำกว่า 30% โดยรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มมาจากโครงสร้างสินเชื่อของธนาคารที่มีรายย่อยมากสุด ขณะที่ปี 2552 รายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารเติบโต 26%
ทั้งนี้ ไตรมาส 3 ธนาคารอาจมีการทบทวนเป้าหมายรายได้ค่าธรรมเนียมอีกครั้ง เพราะขณะนี้ทำได้เกินเป้าหมายทั้งปีแล้ว
“ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าใจสิ่งที่เราทำอยู่ และไม่ได้ต้องการทราบตัวเลขการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม ซึ่งทุกธนาคารก็ได้เข้าพบ ธปท. แต่ ธปท.ไม่รู้รายละเอียดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มส่วนหนึ่งเกิดจากการเข้าซื้อกิจการทำให้ฐานลูกค้าเราเปลี่ยน จึงส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมสูง ขณะที่เรื่องการลดค่าธรรมเนียมหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างหารือกันในสมาคมธนาคารไทย ขึ้นอยู่สมาคมจะตกลงอย่างไร เพื่อตอบกลับไปอยังธปท.อีกครั้ง” นายมาร์ค กล่าว
สำหรับสัดส่วนสินเชื่อของธนาคารนั้น ที่แบ่งเป็น สินเชื่อรายย่อย 42% สินเชื่อรายใหญ่ 30% และสินเชื่อขนาดกลางและขนาดย่อม 28% จากยอดสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 618,900 ล้านบาท เป็นสัดส่วนที่พอใจ โดยเฉพาะสัดส่วนลูกค้ารายย่อย อาจจะเพิ่มประมาณ 4246% ถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการดำเนินธุรกิจ
นายมาร์ค กล่าวว่า สินเชื่อครึ่งปีแรกเติบโต 3.2% จากเป้าหมายสินเชื่อทั้งปี 8% สาเหตุที่สินเชื่อชะลอในครึ่งปีแรก เพราะเดือน เม.ย.พ.ค. เกิดปัญหาในประเทศ แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังจะทำได้ตามเป้าหมาย โดยหลัก ๆ จะมาจากสินเชื่อรายย่อย ได้แก่ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อที่อยู่อาศัย
ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) ครึ่งปีแรกลดลงมาอยู่ที่ 49,702 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 52,080 ล้านบาท จากการขายหนี้ออกไปในบางส่วน โดยภายในเดือนนี้ธนาคารจะทำการขายหนี้ออกไปอีก 5,254 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ไตรมาสที่ 3 เอ็นพีแอลจะอยู่ในระดับต่ำกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท และมีความเป็นไปได้ว่า ธนาคารอาจจะขายหนี้ออกไปอีก







