
SET Index อาจฟื้นตัวขึ้นบ้างเล็กน้อย
จบไปแล้วหนึ่งการประชุม สำหรับการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งมีมติออกมาดังนี้ 1.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.05% 2.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับอีซีบีเป็น -0.3% จากระดับ -0.2% (ธนาคารต้องจ่ายเงินค่าฝากให้กับอีซีบี หากมีการนำเงินส่วนเกินมาพักไว้ที่อีซีบี) 3.ขยายระยะเวลาในการดำเนินโครงการ QE ออกไปจนถึงเดือน มี.ค. 2560 จากเดิมที่จะสิ้นสุดเดือน ก.ย. 2559 4.ขนาดวงเงินในการเข้าซื้อ Government Bond และ Corporate Bond ยังอยู่ที่ระดับ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน โดย คุณมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ได้ระบุว่า การขยายระยะเวลาก็เท่ากับเป็นการขยายขนาด QE ไปในตัวอยู่แล้ว 5.พันธบัตรหรือตราสารหนี้ที่หมดอายุลงภายในช่วงระยะเวลาของโครงการอีซีบีจะทำการต่ออายุไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่มีความจำเป็น
จบไปแล้วหนึ่งการประชุม สำหรับการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งมีมติออกมาดังนี้ 1.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.05% 2.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับอีซีบีเป็น -0.3% จากระดับ -0.2% (ธนาคารต้องจ่ายเงินค่าฝากให้กับอีซีบี หากมีการนำเงินส่วนเกินมาพักไว้ที่อีซีบี) 3.ขยายระยะเวลาในการดำเนินโครงการ QE ออกไปจนถึงเดือน มี.ค. 2560 จากเดิมที่จะสิ้นสุดเดือน ก.ย. 2559 4.ขนาดวงเงินในการเข้าซื้อ Government Bond และ Corporate Bond ยังอยู่ที่ระดับ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน โดย คุณมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ได้ระบุว่า การขยายระยะเวลาก็เท่ากับเป็นการขยายขนาด QE ไปในตัวอยู่แล้ว 5.พันธบัตรหรือตราสารหนี้ที่หมดอายุลงภายในช่วงระยะเวลาของโครงการอีซีบีจะทำการต่ออายุไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่มีความจำเป็น
ในความเป็นจริง ตลาดก็รอที่จะขาย Sell on Fact หลังมีการเก็งกำไรผลการประชุมอีซีบีมาในช่วงก่อนหน้า พอผลการประชุมออกมาทำให้ตลาดผิดหวังก็เลยกลายเป็นมีเหตุให้ขายถึง 2 ฉนวนด้วยกัน ทั้งนี้ตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปต่างมีปฏิกิริยาตอบรับเชิงลบกันอย่างหนัก โดย DAX เยอรมนีพลิกจากบวกเกือบ 1% ในช่วงต้นมาเป็นลงติดลบหนัก 3.58% เช่นเดียวกับ CAC ฝรั่งเศสดิ่งลง 3.58% เหมือนกัน ส่วนดัชนีดาวโจนส์ก็ไม่น้อยหน้าปรับร่วงลงมากว่า 1.42%
การตอบรับเชิงลบของตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรป สวนทางกับการปรับพุ่งขึ้นของสินค้า Commodity เช่น น้ำมัน Nymex พุ่งขึ้นถึง 2.9% เช่นเดียวกับราคาทองคำดีดขึ้นจากจุดต่ำสุดในรอบ 6 ปี กว่า 0.7% สู่ 1,061 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ การพุ่งขึ้นของ Commodity สอดรับกับ US Dollar Index ที่ปรับร่วงลงมากว่า 2.1% สวนทางกับสกุลยูโรที่แข็งค่ารวดเดียว 2.8% การอ่อนค่าของ US Dollar Index
ฝ่ายวิจัยมองว่าอาจเป็นการเปิดช่องให้การประชุม FOMC ในวันที่ 15-16 ธ.ค. 2558 นี้ สามารถพิจารณาการขึ้นดอกเบี้ยได้ง่ายมากขึ้น เนื่องจากอีซีบียังไม่ได้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายรุนแรงเฟดอาจไม่ต้องกลัวว่าการใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น จะทำให้ US Dollar จะแข็งค่ามากเกินไป ทั้งนี้การอ่อนค่าของ US Dollar แบบฉับพลันเป็นตัวสะท้อนว่า US Dollar กำลังถูก Take Profit เร็วกว่าคาด ซึ่งอาจทำให้เกิดเม็ดเงินไหลกลับมายังตลาดอื่นๆ ได้
ก่อนการประชุม FOMC ในวันที่ 15-16 ธ.ค. 2558 การรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราว่างงาน น่าจะเป็นตัวชี้นำตัวสุดท้ายว่า เฟดจะตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ (ขณะทำรายงานฉบับนี้ยังไม่มีการรายงานข้อมูลดังกล่าว) ซึ่งในส่วนของตลาดก็เชื่อไปเกือบ 100% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยแน่
สิ่งที่ต้องติดตามก็คือ เฟดจะส่ง Statement หลังการประชุมออกมาว่าอย่างไร จะขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือขึ้นแบบขึ้นถี่ขึ้นรัว หากเป็นแบบแรกตลาดก็จะตอบรับเชิงบวก แต่ถ้าเป็นแบบหลังตลาดหุ้นทั่วโลกก็เตรียมพับดับคาจอ ซึ่งในส่วนของ SET Index ก็คงหนีผลกระทบดังกล่าวไม่พ้น
ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะถึงการประชุม FOMC ฝ่ายวิจัยมองว่า SET Index อาจมีการฟื้นตัวขึ้นบ้างเล็กน้อย หลังจากสัปดาห์ก่อนปรับลงหนักกว่า 2% จนดัชนีลงมาแตะ Expected PER ปี 2559 ที่ 1,326 จุด โดยกลุ่มธนาคารมีโอกาสที่จะถูกซื้อกลับสูง เนื่องจาก Valuation ปัจจุบันถือว่าถูกมาก PBV กลุ่มต่ำเกือบจะถึง 1.1 เท่า อีกทั้งหุ้นธนาคารขนาดใหญ่อย่าง BBL ก็เริ่มเห็นการกลับมาซื้อของ NVDR อย่างมีนัยสำคัญ ตัวเด่นในกลุ่มที่ยังคงชื่นชอบคือ BBL TCAP







