posttoday
September Room เครื่องประดับสตรีทแวร์

September Room เครื่องประดับสตรีทแวร์

08 ธันวาคม 2558

“มู้ด แอนด์ โทน” คือ 2 คำหลัก ที่เครื่องประดับทั้งสองแบรนด์ อย่างเซ็ปเทมเบอร์ รูม (September Room) และแบรนด์ ดีไฟ (Defy)

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

“มู้ด แอนด์ โทน” คือ 2 คำหลัก ที่เครื่องประดับทั้งสองแบรนด์ อย่างเซ็ปเทมเบอร์ รูม (September Room) และแบรนด์ ดีไฟ (Defy) นำมาใช้เป็นไกด์ไลน์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องประดับในสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะในแนวที่เรียกว่า “สตรีทแวร์” เพื่อเจาะตลาดในกลุ่มคนที่ชื่นชอบงานสไตล์นี้ โดยมีทำเลที่ตั้งร้าน อยู่ในตลาดนัดจตุจักรโครงการ 4 ซอย 47/1

กิตติศักดิ์ เตียทะสินธุ์ วัย 34 ปี เจ้าของธุรกิจเครื่องประดับแบรนด์ September Room และ Defy เล่าว่า ก่อนหน้าเคยทำงานด้านจัดหาวัตถุดิบ (ซัพพลายเออร์) ในกลุ่มสินค้าอะไหล่ เครื่องประดับ กระดุม หัวเข็มขัด ฯลฯ ให้กับเสื้อผ้า เครื่องประดับแฟชั่นแบรนด์เนมท้องถิ่นในไทยมาก่อน พอทำมาได้สักระยะหนึ่งก็เกิดความคิดต้องการนำประสบการณ์การทำงานที่ตัวเองมีอยู่ในด้านนี้มาต่อยอดในเชิงธุรกิจ ด้วยการออกแบบและผลิตสินค้าเครื่องประดับที่มีแบรนด์เป็นของตัวเองออกมา เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในอนาคต

“หลังจากมีประสบการณ์ และคอนเนกชั่นกับทางโรงงานต่างๆ ที่ว่าจ้างให้ผลิตสินค้าให้ บวกกับมีความเข้าใจในเรื่องของการออกแบบผลิตภัณฑ์ สามารถทำให้กระบวนการผลิตสินค้าในโรงงานให้มีความเข้าใจตรงกับแนวคิดงานออกแบบและกลายมาเป็นจุดเด่นสินค้าของเราเองในที่สุด” กิตติศักดิ์ อธิบาย

ในช่วงแรกนั้น ได้พัฒนาเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ Defy ขึ้นเป็นแบรนด์แรก เมื่อราว 7 ปีก่อน พร้อมเปิดหน้าร้านขึ้นที่ตลาดนัดจตุจักร เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของชิ้นงานและตำแหน่งทางการตลาดของตลาดสวนจตุจักรที่เป็นแหล่งรวมสินค้างานไอเดียและงานฝีมือขนาดใหญ่ และได้ผลตอบรับดีจากกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ

สำหรับงานแบรนด์ดีไซน์จะให้อารมณ์และความรู้สึกถึงความดาร์ก น่าสนใจทดลอง และมีความเป็นร็อกแอนด์โรลล์ผสมเข้ามา วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เป็นคอนเซ็ปต์ชวล จิวเวลรี่ (Conceptual Jewelry) ปัจจุบันเครื่องประดับแบรนด์ดังกล่าวมีสินค้ามากกว่า 1,000 ไอเท็ม

หลังจากทำตลาดมาได้สักระยะ ก็เริ่มมองเห็นโอกาสทางการทำตลาดเครื่องประดับในกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ โดยแตกแบรนด์ใหม่ออกมา คือ September Room เมื่อราว 3 ปีก่อน วางคอนเซ็ปต์สินค้าเป็นเครื่องประดับสตรีทแวร์ที่ให้มู้ด แอนด์ โทน ที่นุ่มนวลลง แต่ยังคงกลิ่นอายของความเป็นพังก์ สไตล์ เอาไว้อยู่ ซึ่งแบรนด์ดังกล่าวมีสินค้ากว่า 300-400 ไอเท็ม จับกลุ่มคนรุ่นใหม่

พร้อนนำสินค้าทั้งสองแบรนด์เข้าช่องทางขายออนไลน์เว็บไซต์ www.theseptemberrroom.com ซึ่งเว็บนี้จะเปรียบเสมือนหนึ่งเป็นหน้าบ้านที่ให้บริการโชว์สินค้างานออกแบบใหม่ๆ รวมถึงการเข้าเป็นสมาชิกในเว็บไซต์งานฝีมือระดับโลกอย่าง www.etsy.com ที่สามารถจัดส่งสินค้าได้ทั่วโลกด้วย

ปัจจุบันเครื่องประดับทั้งสองแบรนด์ มีกลุ่มเป้าหมายหลักราว 80-85% เป็นชาวต่างชาติแถบยุโรปและสหรัฐอมเริกา ส่วนอีก 15-20% เป็นคนไทยและเอเชีย อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง เป็นต้น มียอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ และหน้าร้านปกติสัดส่วนเท่ากัน 50% มีราคาสินค้าหลัก 200 บาทขึ้นไป จนถึง 3,000 บาท สำหรับแบรนด์ดีไซน์และราคา 100 บาทขึ้นไป จนถึง 1,000 บาท สำหรับแบรนด์เซ็ปเทมเบอร์รูม มีกำลังการผลิตเฉลี่ยราว 100-1,000 ชิ้น/เดือน

พร้อมวางแผนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า จะปรับกำลังการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ จากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่ากำลังซื้อในภาพรวมจะชะลอตัว แต่เครื่องประดับทั้งสองแบรนด์ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยเฉพาะจากกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ยังสนใจเข้ามาหาซื้อสินค้างานฝีมือและไอเดียในตลาดแห่งนี้ ซึ่งพบว่าชาวต่างชาติกว่า 80% มักจะเปิดไกด์บุ๊กหาสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมีตลาดนัดจตุจักรถูกบรรจุเอาไว้ด้วย

แม้จะเป็นธุรกิจเล็กๆ แต่หากวางตำแหน่งทางการตลาดได้ตรงจุด ก็สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้ไม่ยาก

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?