
ลงทุนเกาะเทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล
โดย...รัชต์ โสดสถิตย์
โดย...รัชต์ โสดสถิตย์
สวัสดีครับ เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีพลวัตสูง (Dynamic) พลังของความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมนี้มีมหาศาลและส่งผลกระทบไปในวงกว้างเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน สร้างการเติบโตให้แก่เศรษฐกิจ ไม่เว้นแม้แต่การสร้างโอกาสในการลงทุน
ในอดีตกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเติบโตขึ้นได้ด้วย “นวัตกรรม” เมื่อมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นธุรกิจในสายนี้ก็เติบโตและดันให้เศรษฐกิจพลอยได้อานิสงส์ไปด้วย หากเราลองสังเกตดู ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้นวัตกรรมต่างๆ ผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลพวงของนวัตกรรมเหล่านั้นไม่เพียงพลิกโฉมอุตสาหกรรมนี้ แต่ยังเริ่มมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทั่วโลก
หนึ่งในนวัตกรรมที่มีพลังในการพลิกโฉมวงการนั้น คือ เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ที่ทั้งเชื่อมโยงโลกเข้าหากัน ทำให้ธุรกิจระหว่างประเทศทั้งขนาดใหญ่และขนาดย่อมเชื่อมโยงเข้าหากันได้ง่ายดาย นอกจากนี้ เทรนด์ของเทคโนโลยีที่น่าจะจับตามอง และผมอยากนำมาเล่าสู่กันฟังในมุมที่น่าจะสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจในระยะยาว
เริ่มจาก Internet of Things ซึ่งเป็นช่องทางเชื่อมโยงผู้คน ลูกค้า เจ้าของกิจการ ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ทั้งในการดำเนินชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจเข้าหากันผ่านโลกดิจิทัล ทุกวันนี้เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เชื่อมกับอินเทอร์เน็ตไว้แทบทั้งหมด ไม่ใช่แค่คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต แม้แต่ของในบ้านที่มีมาแต่ไหนแต่ไรอย่างทีวี รถยนต์ นาฬิกา ก็มีอินเทอร์เน็ตเชื่อมอยู่ด้วย จะหยิบจับอะไรเราก็เข้าถึงโลกดิจิทัลได้ง่ายดาย
จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่ได้มีทุนหนาถึงสามารถสร้างความสำเร็จได้มากมายจากเทรนด์นี้ เพราะเพียงเชื่อมธุรกิจของตัวเองเข้าสู่โลกดิจิทัลก็สามารถรุกตลาด สร้างโอกาสในการนำเสนอสินค้าและบริการ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ใหม่ไปยังลูกค้าได้ทุกมุมโลก ทั้งยังได้ประโยชน์จาก Internet of Me ซึ่งเป็นอีกเทรนด์ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น โดยเชื่อมเข้ากับข้อมูลเฉพาะบุคคลเกี่ยวกับลูกค้าที่บ่งบอกพฤติกรรมการบริโภค ไลฟ์สไตล์ กิจกรรมที่ชื่นชอบและข่าวสารที่สนใจได้ผ่าน Internet of Me ที่เราคุ้นเคยไมว่าจะเป็น My Playlist, My News Feed, My Recommendation เป็นต้น
อีกเทรนด์ที่น่าสนใจและอยู่ใกล้ตัวเรามาก คือ Intelligent Hardware ซึ่งทุกวันนี้ไม่ใช่แค่เครื่องมือที่เป็นสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการธรรมดา แต่พัฒนาอีกขั้นไปสู่เครื่องมืออัจฉริยะที่จะตอบโจทย์และแสดงผลให้ลูกค้าจับต้องได้จริง และด้วยเหตุนี้เทรนด์ของ Wearable Technology จึงเป็นสิ่งที่มาแรง ตัวอย่างใกล้ตัวซึ่งเป็นที่นิยมมาก เห็นได้จาก Smart Watch ที่เราใส่กันเวลาออกกำลังกายนี่แหละครับ
นวัตกรรมนี้สอดคล้องไปกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ยังไม่นับว่าเทคโนโลยีที่สวมใส่อยู่กับตัวเราได้ในลักษณะนี้ได้นำไปสู่การสร้างแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย และเทรนด์นี้ก็ยังแพร่หลายไปในธุรกิจที่ให้บริการด้านสุขภาพ ซึ่งได้ใช้ประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและเพิ่มศักยภาพให้ห่วงโซ่อุปทานของกิจการ
มองภาพใหญ่ขึ้นไปอีกหน่อย ผมเห็นความน่าสนใจของ Digital Industry Platform และสิ่งที่เรียกกันว่านิเวศอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Ecosystem) ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมแบบใหม่ที่ระดมโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลทั้งหมดเข้ากันทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชั่น บริการออนไลน์ รวมถึงโมเดลทางธุรกิจต่างๆ ที่ช่วยเอื้อต่อการทำงานร่วมกันและใช้ข้อมูลองค์ความรู้ร่วมกันในองค์กร ซึ่งถือเป็นการสร้างการพัฒนาแบบเปิด ส่งเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น นำไปสู่โอกาสเติบโตอย่างแข็งแกร่งและสร้างผลกำไรในการประกอบการ เราจะเห็นได้ว่าหลายองค์กรหันมาใช้ประโยชน์จาก Cloud Computing ที่พัฒนารุดหน้าขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ช่วยทลายข้อจำกัดเรื่องต้นทุนและข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี แต่ช่วยเปิดพื้นที่การทำงานและเรียนรู้ร่วมกันอย่างที่ผมกล่าวไปข้างต้น และด้วยเหตุที่เศรษฐกิจดิจิทัลเริ่มทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ แต่ละองค์กรต่างก็ต้องการ Digital Platform ที่จะรองรับโมเดลของธุรกิจและตอบกลยุทธ์ทางธุรกิจของตนเอง ในปัจจุบันจึงไม่ได้มีเพียงบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ยึดหัวหาดด้านการพัฒนา Platform อย่าง Apple, Facebook, Salesforce.com ที่จะเติบโตต่อไปในอุตสาหกรรมนี้ หากยังมีบริษัทอื่นที่ไม่ใช่สายตรงด้านเทคโนโลยีก้าวเข้ามาเล่นบทผู้พัฒนา Digital Platform อีกมากมาย
การลงทุนกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์เหล่านี้จึงยังมีโอกาสที่จะพัฒนาไปอีกไกลและเติบโตไปได้อีกมาก ทั้งยังเป็นอีกทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจให้กับผู้ลงทุนที่เล็งเห็นโอกาสจากพลวัตของอุตสาหกรรมไอทีในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลขยายตัวไปทุกมุมโลกเช่นปัจจุบันนี้ครับ







