
เอกชนแนะรัฐเร่งหาผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพื่อปลดล็อคปัญหาการบิน
เอกชนชี้แก้ปัญหามาตรฐานการบินได้ต้องเร่งหาผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่ตรวจสอบให้ครบ เชื่อใช้กฎหมายพิเศษช่วยให้แก้ปัญหาเร็วขึ้นได้
เอกชนชี้แก้ปัญหามาตรฐานการบินได้ต้องเร่งหาผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่ตรวจสอบให้ครบ เชื่อใช้กฎหมายพิเศษช่วยให้แก้ปัญหาเร็วขึ้นได้
นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวถึงกรณีวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมาที่มีการเรียก 41 สายการบินหารือร่วมกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ว่า แผนที่รัฐเสนอมาดีแล้ว จากนี้ต้องรอประชุมกับคณะทำงานที่รัฐตั้งขึ้นในวันที่ 8 ธ.ค. นี้ เพื่อดำเนินการต่อ
"เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำมี 2 ด้าน คือ เร่งหาผู้เชี่ยวชาญที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบมาประจำสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยให้ครบ และเร่งดำเนินการทบทวนใบรับรองผู้ดำเนินอากาศ (เอโอซี) ถ้าทำตามแผนได้ก็มีโอกาสปลดล็อคปัญหาทัน ส.ค.2559"นายธรรศพลฐ์
ทั้งนี้นายสมคิด ระบุว่า กรณีสายการบินส่งคนมาช่วยเป็นผู้ตรวจสอบช่วงที่ผ่านมา เดิมส่งมาช่วย 6 เดือน จะขอให้อยู่ช่วยยาว 2-3 ปี เพื่อเติมคนในสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยให้ครบ ซึ่งสายการบินคงไปสำรวจกันว่าส่งคนไปช่วยตามเวลาที่รัฐขอได้กี่คน หากส่งไปแล้วยังไม่ครบคงต้องไปจ้างผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
ด้าน ร.อ.สมพงษ์ สุขสงวน ประธาน สายการบินกานแอร์ กล่าวว่า หากรัฐทำตามแผน ก็มีลุ้นปลดล็อคได้ทัน ส.ค. 2559 เชื่อว่าสายการบินพร้อมปฏิบัติอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือต้องไปเร่งแก้ไขเรื่องบุคลากรที่ทำงานในสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยให้ได้มาตรฐาน หากเป็นการนำคนจากกรมการบินพลเรือนเดิมมาทำงาน ให้สอบถามทุกสายการบินได้ว่าคนไหนทำงานมีคุณภาพ ปฏิบัติโปร่งใส ช่วยนำพาธุรกิจการบินไปสู่สากลได้ จากนั้นก็จัดทีมงานในองค์กรตรวจสอบให้เข้มแข็ง หากทำเรื่องนี้ได้เรื่องอื่นก็ไม่ยาก
นายเจริญพงษ์ ศรประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนิวเจน กล่าวว่า เอกชนเสนอให้แก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เช่น การตรวจประเมิน ต่ออายุใบอนุญาตนักบินที่ปัจจุบันทำล่าช้า มองว่าหากจะแก้ปัญหามาตรฐานทุกอย่างให้เสร็จทัน ส.ค. 2559 ต้องนำกฎหมายพิเศษมาใช้ ตามที่รองนายกรัฐมนตรีระบุ ซึ่งจะทำให้แก้ปัญหาได้เร็วขึ้น ขณะที่สายการบินต่างๆ มีความพร้อมอยู่แล้วที่จะดำเนินการตามที่รัฐขอ
นายศุภชัย ศรีประเสริฐ กรรมการบริหาร สายการผลิตและเทคนิค บริษัท เจที ออล บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคนิค กฎระเบียบ และการหาบุคลากรให้สายการบิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาผิดทางที่ยุบกรมการบินพลเรือนแล้วแยกเป็นสองหน่วยงาน โดยหน่วยงานใหม่ที่ตั้งขึ้นมาก็มีบุคลากรจากทางทหาร ซึ่งไม่ได้รู้เรื่องการบินพลเรือนเข้ามาดูแล ต้องไปนั่งศึกษากฏต่างๆ ใหม่ สิ่งที่ควรทำคือเมื่อปัญหาอยู่ที่บุคลากรที่ทำหน้าที่ตรวจไม่ได้มาตรฐานก็ต้องหาผู้ที่เชี่ยวชาญจริงๆ มาทำ ซึ่งจากกรณีที่ประชุมครั้งนี้ระบุว่าจะดึงผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาก็น่าจะช่วยได้
"สิ่งที่ต้องเร่งทำ คือ ต้องรีบจัดการให้เร็วเรื่องการทบทวนการออกเอโอซี โดยออกให้ได้ตามมาตรฐานที่องค์กรการบินระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ยอมรับ การมีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาช่วยเป็นแนวทางที่ทำให้การแก้ปัญหาดูมีความหวังขึ้น ส่วนกรณีไทยต้องการเป็นศูนย์กลางการบินนั้นก็ยังเป็นไปได้ แต่ต้องใช้เวลาอีกระยะ" นายศุภชัย กล่าว
แหล่งข่าวจากสายการบิน กล่าวว่า เอกชนได้ไถ่ถามไปว่ากระบวนการที่รัฐทำอยู่เพื่อแก้ปัญหานั้นเป็นที่ยอมรับของไอซีเอโอ รวมถึงองค์กรอื่น เช่น สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (เอฟเอเอ) และการบินพลเรือนแห่งสหภาพยุโรป (เอียซ่า) หรือไม่ ซึ่งทางรัฐก็ยืนยันว่าเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับแล้ว







