
นูสกินส่ง‘เอจล็อค’รับตลาดผู้สูงวัยพุ่ง
นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยคาดว่าในอีก 15 ปีจากนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า และในอีก 40 ปีจะเพิ่มอีก 5 เท่า ขณะที่ในประเทศไทยพบว่าอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีประชากรสูงวัยเพิ่มเป็น 7 ล้านคน หรือคิดเป็น 10% จากจำนวนประชากรทั้งหมด
จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยขยายตัวอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20% ต่อปีทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าตลาด 1,100 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 14% จากตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมูลค่า 7,800 ล้านบาท
ทั้งนี้ นู สกิน มีเป้าหมายชัดเจนที่จะขึ้นเป็นผู้นำในตลาดนี้ ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูงมากในอนาคต โดยล่าสุดสถาบันวิจัยด้านผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยของนู สกิน ร่วมกับสถาบันวิจัยยีนส์ ไลฟ์เจน เทคโนโลยี และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด พัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่เรียกว่า
“เอจล็อค” เทคโนโลยีชะลอวัยในระดับยีน ซึ่งเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือน ต.ค.ปีก่อน สามารถทำยอดขายได้ถึง 600 ล้านบาท ภายใน 3 วันสำหรับประเทศไทยได้ทดลองวางตลาดในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา พบว่าส่งผลให้ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค.ปีก่อน และทำให้ผลประกอบการโดยรวมในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้เติบโต 40% สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเติบโต 20% ดังนั้นในครึ่งปีหลังบริษัทจึงปรับเป้าหมายรายได้ใหม่เป็นเติบโตอีก 40% หรือมีรายได้รวม 2,000 ล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะมีรายได้ 1,700 ล้านบาท
“
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีส่วนสำคัญที่ทำให้ยอดขายเติบโตเร็วขึ้น จากเดิมที่คาดว่าจะมียอดขาย 2,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี แต่ปรากฎว่าภายใน 3 ปี บริษัทฯสามารถทำยอดขายได้ถึงเป้าหมายแล้ว” นางภคพรรณกล่าวด้านธุรกิจขายตรงโดยรวมปีนี้ คาดเติบโตไม่น้อยกว่า 10% จากมูลค่าตลาดรวม 5 หมื่นล้านบาท แม้ว่าจะได้รับผลกระทบในช่วง 23 เดือนที่ผ่านมาจากปัญหาการเมือง แต่ขณะนี้กลับสู่ภาวะปกติและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง







