
ห่วงไฟฟ้าหาย5พันเมกะวัตต์
กบง.ห่วงซ่อม 5 แหล่งก๊าซกระทบผลิตไฟฟ้า 5,000 เมกะวัตต์ สั่งเลื่อน-สลับเวลาซ่อม
กบง.ห่วงซ่อม 5 แหล่งก๊าซกระทบผลิตไฟฟ้า 5,000 เมกะวัตต์ สั่งเลื่อน-สลับเวลาซ่อม
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท. ไปหารือร่วมกันเกี่ยวกับแผนการหยุดซ่อมบำรุงท่อก๊าซและแหล่งก๊าซธรรมชาติ 5 แหล่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2559
"การหยุดจ่ายก๊าซทั้ง 5 แหล่ง จะทำให้การผลิตไฟฟ้าหายไป 5,000 เมกะวัตต์ ที่ประชุมจึงได้ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไปปรับแผนการซ่อมแหล่งก๊าซให้มาอยู่ในช่วงเดือน เม.ย.ปีหน้า ซึ่งมีวันหยุดยาวและปริมาณการใช้ไฟฟ้าไม่สูงมาก และถ้าเป็นไปได้การหยุดจ่ายก๊าซ จะใช้วิธีการสลับวันหยุดซ่อมในแต่ละแหล่ง เช่น แหล่งที่ 1 หยุดช่วงแรก 4 วัน แหล่งที่ 2 หยุด 5 วันหลังเพื่อที่จะได้บริหารจัดการปริมาณก๊าซให้เพียงพอกับความต้องการใช้ได้" นายทวารัฐ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา กฟผ.จัดทำแผนการหยุดซ่อมแหล่งก๊าซ 5 แหล่งในปี 2559 ได้แก่ 1.แหล่งก๊าซฯ พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ-เอ18) มีแผนหยุดซ่อมเดือน เม.ย. แต่ทาง กฟผ.ขอเลื่อนไปเป็นเดือน มิ.ย.-ส.ค. 2.แหล่งสินภูฮ่อมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแผนหยุดซ่อมวันที่ 21-30 ก.ย. ซึ่ง กฟผ.ขอเลื่อนเป็นวันที่ 17-26 ก.ย. 3.แหล่งซอติก้ามีแผนหยุดซ่อมวันที่ 19-28 มี.ค. กฟผ.ขอเลื่อนเป็นวันที่ 12-15 เม.ย. 4.แหล่งยาดานามีแผนหยุดซ่อมวันที่ 1-4 มี.ค. กฟผ.ขอเลื่อนเป็นวันที่ 12-15 เม.ย. และ 5.แหล่งเยตากุน มีแผนหยุดซ่อมวันที่ 9-18 เม.ย.
นายทวารัฐ กล่าวว่า กบง.ยังมีมติให้คงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เดือน ธ.ค. ไว้ที่ 22.29 บาท/กก. เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชน แม้ว่าราคาแอลพีจีตลาดโลกจะปรับเพิ่มขึ้นและจะมีผลทำให้ต้องปรับราคาขายปลีกแอลพีจีอีก 0.70 บาท/กก. ซึ่งการตรึงราคาแอลพีจีเป็นเดือนที่ 2 จะทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีภาระอุดหนุนเพิ่มเป็น 557 ล้านบาท/เดือน จากปัจจุบันที่กองทุนน้ำมันฯ ในส่วนแอลพีจีมีสภาพคล่อง 7,937 ล้านบาท
วันเดียวกันกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน (ERS) เปิดแถลงข่าวกรณีการแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และแนวทางการบริหารจัดการการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของไทย
นายมนูญ ศิริวรรณ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หนึ่งในแกนนำกลุ่มปฏิรูปพลังงานฯ กล่าวว่า ทางกลุ่มได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนสนับสนุนให้กระทรวงพลังงานนำร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะได้ผ่านรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายมาอย่างกว้างขวาง
นายพรายพล คุ้มทรัพย์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มปฏิรูปพลังงานฯ กล่าวว่า แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ทั้งหมด แต่ก็อยากให้เสนอร่างกฎหมายให้ ครม.อนุมัติ และก่อนที่จะนำระบบแบ่งปันผลผลิตและรับจ้างผลิตปิโตรเลียมมาใช้ร่วมกับระบบสัมปทาน จะต้องมีการศึกษาเพื่อเลือกระบบที่เหมาะสมกับกรณีของไทยก่อนนำมาใช้จริง







