
FANCYแลกหุ้น23%พลิกทำอสังหาฯ
FANCY ดึง “พี พี แลนด์ฯ” ซื้อหุ้นดันถือหุ้นใหญ่ 23% แลก 4 โครงการ
FANCY ดึง “พี พี แลนด์ฯ” ซื้อหุ้นดันถือหุ้นใหญ่ 23% แลก 4 โครงการ
นายวิชัย ตันพัฒนรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฟนซีวู๊ด อินดัสตรีส (FANCY) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 470 ล้านบาท เป็น 615 ล้านบาท โดยออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่ 145 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เสนอขายบริษัท พี พี แลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ ราคาขายหุ้นละ 2.16 บาท มูลค่ารวม 313.2 ล้านบาท เพื่อแลกกับการซื้อ 4 โครงการ ซึ่ง FACNY ต้องใส่เงินเพิ่มเพื่อพัฒนาโครงการเดอะปาร์ค ไซมิส รามอินทรา และโครงการฮอฟฟ์ เอกมัย-รามอิทรา อีก 76.19 ล้านบาท รวมเป็นเงินที่ใช้เข้าซื้อโครงการทั้งสิ้น 520.89 ล้านบาท
ทั้งนี้ ภายหลังการเพิ่มทุนจะผลให้พี พี แลนด์ฯ กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 สัดส่วน 23.58% ของทุนชำระแล้ว 615 ล้านบาท
สำหรับโครงการทั้ง 4 ประกอบด้วย 1.โครงการเดอะ ปาร์ค แอท ประชาชื่น เป็นคอนโดมิเนียมที่มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ มีจำนวนห้องชุดทั้งสิ้น 109 ยูนิต 2.โครงการฮอฟฟ์ เอกมัย-รามอินทรา ซอยลาดพร้าว 73 อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง เป็น Home Office จำนวน 14 ยูนิต 3.โครงการรวี วารี เรสซิเด้นท์ ตั้งอยู่ที่ถนนนิมมานเหมินท์ จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ มีจำนวนห้องชุด 109 ยูนิต โดยพี พี แลนด์ฯ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในห้องชุด จำนวน 51 ยูนิต 4.โครงการเดอะ ปาร์ค ไซมิส รามอินทรา ตั้งอยู่ที่คันนายาว กรุงเทพฯ ซึ่ง พี พี แลนด์ฯ เป็นเจ้าของโครงการซึ่งเป็นที่ดินเปล่าแบ่งขาย
บริษัทระบุว่า การซื้อโครงการจากพี พี แลนด์ฯ เนื่องจากรายได้การขายไม้ยางพาราแปรรูปสัดส่วน 85% ของรายได้รวมผันผวนตามภาวะตลาด และราคาไม้ยางพารามีแนวโน้มลดลง ทำให้รายได้จากธุรกิจหลักชะลอตัวลง ซึ่งการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ นอกจากนี้โครงการดังกล่าวอยู่ในทำเลที่ดี และส่วนใหญ่ก่อสร้างเสร็จพร้อมขาย ทำให้มีโอกาสขายสินค้าและรับรู้รายได้ทันที ดีกว่าการเริ่มต้นหาที่ดินพัฒนาโครงการเอง ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2-3 ปี
“การซื้อสินทรัพย์จากพี พี แลนด์ฯ เป็นการกระจายความเสี่ยงของรายได้จากธุรกิจหลัก ที่มีเพียงธุรกิจการผลิตและขายไม้ยางพาราแปรรูปที่มีแนวโน้มชะลอตัว” บริษัทระบุ
แหล่งข่าวจากนักลงทุน เปิดเผยว่า การที่ FANCY เข้าซื้อโครงการจากพี พี แลนด์ฯ มีลักษณะเหมือนการเข้าตลาดทางอ้อม (แบ็กดอร์ลิสติ้ง) ของพี พี แลนด์ฯ แต่สัดส่วนการถือหุ้น FANCY ของพี พี แลนด์ฯ 23% ไม่เข้าข่ายต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นจากนักลงทุนทั่วไป (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) และเมื่อดูจากสัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่แล้ว พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น มีนักลงทุนหลายกลุ่มเข้ามาถือหุุ้น ซึ่งทั้งโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่และธุรกิจที่เปลี่ยนมาทำอสังหาริมทรัพย์ เชื่อว่าอนาคตจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของ FANCY มากขึ้น
ด้านราคาหุ้น FANCY วันที่ 2 ธ.ค. 2558 ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนตลาด สูงสุดทะลุ 3 บาท จากนั้นย่อลงปิด 2.78 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 3.73% มูลค่าซื้อขายเบาบาง 26.64 ล้านบาท







