
สตาร์เชื่อตลาดสุขภัณฑ์ครึ่งปีหลังไปได้สวย
สตาร์มั่นใจ ธุรกิจสุขภัณฑ์ครึ่งปีหลังยังไปได้สวย ล่าสุดจีบลูกค้าใหม่ตะวันออกกลางสำเร็จ ย้ำเป้าผลงานทั้งปีปั๊มรายได้ขยายตัว 10 – 15%
สตาร์มั่นใจ ธุรกิจสุขภัณฑ์ครึ่งปีหลังยังไปได้สวย ล่าสุดจีบลูกค้าใหม่ตะวันออกกลางสำเร็จ ย้ำเป้าผลงานทั้งปีปั๊มรายได้ขยายตัว 10 – 15%
นายสมชัย ว่องอรุณ รองประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สตาร์ ซานิทารีแวร์ เปิดเผยถึงแนวโน้มธุรกิจสุขภัณฑ์ในครึ่งปีหลังนี้ว่ามีโอกาสเติบโตอย่างโดดเด่นมากกว่าครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลขาย ของธุรกิจประเภทนี้ โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ถือเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี ซึ่งจะมีคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามาต่อเนื่อง และจะผลักดันให้ผลประกอบการของบริษัทฯออกมาในทิศทางที่ดี
ทั้งนี้ ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ เตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 7 – 8 รุ่น ส่งผลให้ทั้งปีนี้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่รวม 15 รุ่น โดย เน้นเจาะตลาดระดับกลางบนที่มีแนวโน้มเติบโตสูง และสามารถกำหนดราคาขายได้สูงขึ้น ขณะที่ผลประกอบการทั้งปี 2553 บริษัทฯ ยังมั่นใจว่ารายได้จะขยายตัว 10 – 15% จากปีก่อนที่ทำได้ 204.11 ล้านบาท
“ในช่วงครึ่งปีแรกถือเป็นช่วงพัฒนาสินค้าและเป็นโลว์ซีซั่น ซึ่งตามปกติแล้วในช่วงครึ่งปีหลังของทุกปีจะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจสุขภัณฑ์ สินค้าจะพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้า และมีคำสั่งซื้อใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มอีก โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทฯ ยังทยอยออกผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ซึ่งปีนี้จะเป็นปีที่บริษัทฯ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่มากที่สุดรวม 15 รุ่นหากเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา” นายสมชัย กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศต่อเนื่อง เพื่อสร้างฐานลูกค้าในต่างประเทศให้แข็งแกร่ง และผลักดันผลประกอบการในอนาคตให้เติบได้อย่างยั่งยืน ล่าสุดได้ข้อสรุปส่งสินค้าให้กับลูกค้าใหม่ที่ตะวันออกกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่ามีคำสั่งซื้อเข้ามาประมาณปลายปีนี้ราวไตรมาส 4 ปีนี้ โดยบริษัทฯ เชื่อว่าตลาดที่ตะวันออกกลางกำลังเติบโต และมีความต้องการสินค้าสุขภัณฑ์อย่างมาก ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้ารายใหม่ในแถบยุโรปอีกด้วย
ปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณ 75 - 80% ของกำลังผลิตรวม และหากในอนาคตคำสั่งซื้อขยายตัวมากขึ้นถึง 90% ของกำลังผลิตรวม บริษัทฯ จะเพิ่มกำลังการผลิตใหม่รองรับคำสั่งซื้อ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีลูกค้าต่างประเทศสัดส่วน 65% และลูกค้าในประเทศสัดส่วน 35% โดยในอีก 2 -3 ปีข้างหน้า คาดว่าสัดส่วนการส่งออกไปต่างประเทศจะอยู่ที่ 50% และในประเทศจะอยู่ที่ 50%







