
เออีซี-จีนดันยอดสินเชื่อกสิกร
กสิกรไทยหวังอาเซียน-จีน หนุนเป้าสินเชื่อต่างแดนโต 40% มั่นใจไทยแห่ลงทุนเออีซี
กสิกรไทยหวังอาเซียน-จีน หนุนเป้าสินเชื่อต่างแดนโต 40% มั่นใจไทยแห่ลงทุนเออีซี
นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปี 2559 ธนาคารตั้งเป้าการขยายตัวของสินเชื่อในสาขาต่างประเทศที่ 40% จากปี 2558 ที่มีมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยการเติบโตสูงจะมาจากจีนเป็นหลัก เพราะเป็นตลาดใหญ่ มีสัดส่วนถึง 90% ของยอดสินเชื่อในต่างประเทศทั้งหมด รวมทั้งตลาดในสปป.ลาว ก็มีการขยายตัวสูงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แม้การปล่อยสินเชื่อในต่างประเทศจะเติบโตสูงกว่าในประเทศ แต่ก็ยังมีมูลค่าน้อย หรือมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของสินเชื่อรวมของธนาคาร
ทั้งนี้ การขยายตัวของสินเชื่อในต่างประเทศอยู่ในระดับสูงมาก เป็นผลมาจากการที่ผู้ประกอบการไทยได้ไปลงทุนและขยายธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีธุรกิจที่หลากหลายทั้งกลุ่มอาหาร ก่อสร้าง สินค้าอุปโภคบริโภค พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ และพลังงาน ซึ่งมีทั้งธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอี โดยคาดว่าในปี 2559 ธุรกิจไทยจะเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านสูงขึ้น เพราะเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้เติบโตสูง และมีการเปิดประชาคมอาเซียนในสิ้นปีนี้
“ในช่วงที่ผ่านมา นักธุรกิจไทยไปลงทุนในประเทศกลุ่มอาเซียนสูงมาก หรืออาจสูงที่สุดหากเทียบกับนักลงทุนจากชาติอาเซียนอื่น แม้ว่าสิงคโปร์จะมีตัวเลขการลงทุนในอาเซียนสูงสุด แต่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติที่ไปเปิดสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ที่เข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านมากกว่า
ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมีสาขาในประเทศในเอเชียและอาเซียน ได้แก่ จีน ฮ่องกง และ สปป.ลาว และในปี 2559 ธนาคารมีแผนจะเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศเพิ่มอีก 2 สาขา ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
สำหรับในจีน ธนาคารมีสาขาเปิดให้บริการแล้ว 2 สาขา ที่เมืองเสิ่นเจิ้นและเฉิงตู ดังนั้นการเปิดสาขาใหม่ที่เซี่ยงไฮ้ จึงเป็นสาขาที่ 3 และธนาคารกำลังยื่นเรื่องขอรัฐบาลจีน เพื่อเปลี่ยนให้เป็นธนาคารท้องถิ่น เพื่อทำให้ธนาคารสามารถทำธุรกรรมการเงินได้อย่างหลากหลาย ส่วนที่กรุงพนมเปญ คาดว่าจะเปิดสาขาได้ในช่วงกลางปี 2559 จากนั้นในปี 2560 ธนาคารกำลังศึกษาแผนเปิดสาขาต่อไปในเวียดนามและเมียนมาต่อไป
นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทยได้ร่วมมือกับสำนักพิมพ์ Editions Didier Millet (EDM) จัดทำหนังสือ ASEAN+3 เพื่อให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับประเทศในอาเซียน 10 ประเทศ และคู่ค้าอีก 3 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยจะมีข้อมูลด้านประชากร ข้อมูลการลงทุนด้านธุรกิจ และการท่องเที่ยว เพื่อให้นักุรกิจได้มีข้อมูล สำหรับการเตรียมความพร้อม ก่อนจะเข้าไปลงทุนในประเทศดังกล่าว ซึ่งจัดพิมพ์เพียง 3,000 ชุดเท่านั้น







