posttoday
STPI ยอมรับปีหน้าเหนื่อย รายได้หาย จับมือพันธมิตรรับงานกลาง-เล็ก

STPI ยอมรับปีหน้าเหนื่อย รายได้หาย จับมือพันธมิตรรับงานกลาง-เล็ก

27 พฤศจิกายน 2558

น.ส.เปรมภาว์ หิตะพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) เปิดเผยว่า ปี 2559 ยอมรับว่าจะเหนื่อยกว่าปีนี้ โดยคาดว่ารายได้จะลดลงเหลืออยู่ 7,000-8,000 ล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะทรงตัวจากปีก่อนที่ทำได้ 1.1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากงานโครงการขนาดใหญ่ประเภทก่อสร้างโรงงานสำเร็จรูป (โมดู) ของแปซิฟิก นอร์ทเวสต์ ที่แคนาดา มูลค่า 1-2 หมื่นล้านบาท เดิมจะทราบผลปีนี้ เลื่อนเป็นไตรมาสแรกปีหน้า และโครงการแอลเอ็นจีแคนาดา มูลค่างาน 1.5-2.5 หมื่นล้านบาท ก็น่าจะทราบผลไตรมาส 2 ปีหน้า

น.ส.เปรมภาว์ หิตะพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) เปิดเผยว่า ปี 2559 ยอมรับว่าจะเหนื่อยกว่าปีนี้ โดยคาดว่ารายได้จะลดลงเหลืออยู่ 7,000-8,000 ล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะทรงตัวจากปีก่อนที่ทำได้ 1.1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากงานโครงการขนาดใหญ่ประเภทก่อสร้างโรงงานสำเร็จรูป (โมดู) ของแปซิฟิก นอร์ทเวสต์ ที่แคนาดา มูลค่า 1-2 หมื่นล้านบาท เดิมจะทราบผลปีนี้ เลื่อนเป็นไตรมาสแรกปีหน้า และโครงการแอลเอ็นจีแคนาดา มูลค่างาน 1.5-2.5 หมื่นล้านบาท ก็น่าจะทราบผลไตรมาส 2 ปีหน้า

ขณะที่คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นปีหน้าก็จะลดลงอยู่ที่ระดับ 25-26% จากปกติเฉลี่ยอยู่ที่ 28-30% และปีนี้อยู่ที่ 20% ส่วนกำไรสุทธิปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 2,600 ล้านบาท

ทั้งนี้ แม้ปีหน้าบริษัทจะได้รับโครงการใหญ่มา แต่ปกติช่วงปีแรกของการรับรู้รายได้จากโครงการใหญ่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 10% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด จึงไม่สามารถที่จะเร่งรับรู้รายได้ทัน

น.ส.เปรมภาว์ กล่าวต่อว่า กลยุทธ์ของบริษัทตอนนี้นอกจากร่วมกับพันธมิตรในการรับงานที่มีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาท ในส่วนประเภทงานท่อและงานก่อสร้างโครงสร้าง เนื่องจากพยายามให้บริษัทมีงานในมือ (แบ็กล็อก) มากกว่า 1 หมื่นล้านบาทให้ได้ โดยปัจจุบันแบ็กล็อกที่ 9,900 ล้านบาท ประกอบกับยอมที่จะลดราคาประมูลในงานโมดู แต่จะไม่ให้เกิน 10% ของมูลค่างาน เนื่องจากคู่แข่งสำคัญอย่างจีนมีการลดราคาลงมาเพราะจีนมีต้นทุนเรื่องของเหล็กถูกกว่า

“ปกติเราจะลดราคาให้ลูกค้าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3-5% โดย STPI อยู่ในสถานะที่ลดให้ได้ เพราะตอนนี้ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทมีการอ่อนลงมาก และเป็นระดับที่ทำให้บริษัทอยู่ในสภาวะที่สมดุล แต่ถ้างานประมูลใหญ่ใกล้เวลาที่จะได้ข้อสรุป เราก็พร้อมที่จะเคลียร์สถานะและสภาพคล่องในการลงทุนสำหรับโครงการใหญ่เป็นหลัก ซึ่งปกติจะมีเงินสดในมือเพื่อไว้เตรียมเช่าหรือซื้อหน้าท่าในการก่อสร้างใกล้ท่าเทียบเรือไว้ 4,000-5,000 ล้านบาท” น.ส.เปรมภาว์ กล่าว 

สำหรับความคืบหน้าเรื่องการซื้อหุ้นของบริษัทคืนจากตลาดหลักทรัพย์ ไม่เกิน 162 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 10% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยคณะกรรมการ (บอร์ด) กำหนดจะใช้วงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาทนั้น ต้องรอบอร์ดมีมติออกมาในช่วงจังหวะของการเข้าซื้อหุ้น โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมบอร์ด ซึ่งปัจจุบันราคาหุ้นบริษัทก็ปรับลงไปมากกว่าพื้นฐานที่ควรจะเป็น ล่าสุดหุ้น STPI ปิดที่ 12.70 บาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น STPI  แม้ปรับลดราคาเป้าหมายลงจาก 24.50 บาท เป็น 19.70 บาท  และปัจจัยเสี่ยงจากความไม่ต่อเนื่องของงานในมือ ซึ่งจะทำให้กำไรไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ รวมถึงราคาวัตถุดิบที่ผันผวนแต่คาดว่ากำไรของบริษัทจะยังคงดีต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 3 ปีหน้า

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร