
ค้าปลีกอุดรฯคึกรับเออีซี รายเก่า-ใหม่ชิงลูกค้าไทย-ลาว
ยังคงเป็นเมืองเนื้อหอมเหมือนเดิมสำหรับ จ.อุดรธานี เห็นได้จากการที่ผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ ต่างตบเท้าเข้าไปจับจองที่ดินเพื่อนำมาพัฒนาโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือธุรกิจค้าปลีก ล่าสุดมีสัญญาณแว่วมาว่าในอนาคตอันใกล้ จ.อุดรธานี จะเป็นแหล่งนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้
ยังคงเป็นเมืองเนื้อหอมเหมือนเดิมสำหรับ จ.อุดรธานี เห็นได้จากการที่ผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ ต่างตบเท้าเข้าไปจับจองที่ดินเพื่อนำมาพัฒนาโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือธุรกิจค้าปลีก ล่าสุดมีสัญญาณแว่วมาว่าในอนาคตอันใกล้ จ.อุดรธานี จะเป็นแหล่งนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้
จากความคึกคักที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ จ.อุดรธานี มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีมูลค่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ที่กว่าแสนล้านบาท มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 6.3% ซึ่งในมูลค่าดังกล่าวเป็นเม็ดเงินที่มาจากการค้าชายแดนระหว่างพ่อค้าใน จ.อุดรธานี คิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท
ด้วยเม็ดเงินทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงถึงกว่าแสนล้านบาท จึงทำให้ จ.อุดรธานี เป็นที่หมายปองของเหล่านักลงทุนหน้าใหม่ที่ต้องการจะเข้ามาชิงเค้กแสนล้านบาท รายล่าสุดที่ออกมาประกาศตัวคือ บริษัท ไพร์ม โรด กรุ๊ป หลังจากได้ที่ดินแปลงงามจำนวน 21 ไร่จากการรถไฟแห่งประเทศไทย ในสัญญาเช่า 30 ปีต่อ 30 ปีก็เดินหน้าประกาศเปิดตัวโครงการไพร์ม สแควร์ทันทีภายใต้การบริหารงานของบริษัท ไพร์ม โรด พร็อพเพอร์ตี้
สมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ ประธานกรรมการ บริษัท ไพร์ม โรด กรุ๊ป กล่าวว่า ในส่วนของการพัฒนาพื้นที่โครงการไพร์ม สแควร์ บริษัทมีแผนจะเป็นโครงการมิกซ์ยูส แบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 เฟส ในเฟสแรกจะนำที่ดิน 16 ไร่ จากที่มี 21 ไร่ มาพัฒนาเป็นอาคารพาณิชย์จำนวน 230 ยูนิต ส่วนที่ดินที่เหลืออีก 5 ไร่ จะพัฒนาในเฟสที่ 2 เป็นอาคารสำนักงาน และเฟสที่ 3 พัฒนาเป็นโรงแรม ซึ่งหากรวมการพัฒนาโครงการทั้ง 3 เฟสคาดว่าจะใช้งบลงทุนรวมไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากโครงการอาคารพาณิชย์ได้ผลการตอบรับที่ดี ภายหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอีก 2 เดือนนับจากนี้ บริษัทก็อาจจะนำที่ดินที่เหลืออีก 5 ไร่ มาพัฒนาเป็นอาคารพาณิชย์เหมือนกับเฟสแรก โดยขณะนี้ขายโครงการได้แล้วจำนวน 60 ยูนิต จาก 230 ยูนิต คาดว่าจะสามารถเปิดการขายโครงการในเฟสแรกได้ประมาณเดือน เม.ย. 2559
สำหรับปัจจัยที่ทำให้บริษัทหันมาพัฒนาโครงการเป็นอาคารพาณิชย์ เพราะเทรนด์ของธุรกิจค้าปลีกเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากอาคารขนาดใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์มากขึ้น บริษัทจึงหันมาพัฒนาโครงการในรูปแบบดังกล่าว โดยในส่วนของแผนการก่อสร้างคาดว่าจะเริ่มได้ประมาณต้นปี 2559 และใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 8 เดือน น่าจะแล้วเสร็จ หรือประมาณไตรมาส 3 ของปี 2559 คาดว่าจะเริ่มทยอยโอนและรับรู้รายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท
สมประสงค์ กล่าวอีกว่าเพื่อสร้างแบรนด์โครงการไพร์ม สแควร์ให้เป็นที่รู้จัก บริษัทจะแบ่งพื้นที่ค้าปลีกออกเป็นโซน ประกอบด้วย โซนการเงิน โซนสินค้าแฟชั่น โซนความงาม และโซนร้านอาหาร ขณะเดียวกันบริษัทยังมีแผนที่จะแบ่งพื้นที่เพื่อจัดกิจกรรมต่างๆ ให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งการเกิดขึ้นของโครงการไพร์ม สแควร์ถือเป็นการเติมเต็มให้กับธุรกิจค้าปลีกในจ.อุดรธานี โดยเฉพาะโครงการยูดี ทาวน์ ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม โดยในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะจัดกิจกรรมการตลาดร่วมกัน เพื่อเติมเต็มและสร้างความแข็งแกร่งให้กับทั้งสองโครงการ
สุุรเชษฐ์ ชัยปัทมานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพร์ม โรด พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้บริษัทจะยังไม่เปิดตัวโครงการไพร์มสแควร์อย่างเป็นทางการ แต่ขณะนี้ก็มีผู้สนใจเข้ามาจองพื้นที่แล้วประมาณ 60 ยูนิต เป็นนักลงทุนที่มาจากกรุงเทพฯ 50% อีก 50% เป็นนักลงทุนที่อยู่ใน จ.อุดรธานี
ขณะที่รายใหม่กำลังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม เพื่อก้าวเข้าสู่สมรภูมิการแข่งขันใน จ.อุดรธานี ในส่วนของผู้ประกอบการรายเก่าก็ยังคงเดินหน้าพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าชาวไทยและกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่นับวันจะเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากประเทศลาว
สลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการ ฝ่ายกิจการบรรษัทเทสโก้ โลตัส บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม กล่าวว่า ปัจจุบันห้างเทสโก้ โลตัสมีจำนวนสาขาเปิดให้บริการใน จ.อุดรธานี รวม 33 สาขา แบ่งเป็นเอ็กซ์เพรส 23 สาขา ไฮเปอร์มาร์เก็ต 3 สาขา และตลาดโลตัส 7 สาขา ซึ่งในส่วนของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการก็มีทั้งชาวไทยและจากประเทศลาว โดยลูกค้าทั้งสองกลุ่มยังคงมีกำลังซื้อที่ดี แต่ถ้าหากมองยอดการซื้อต่อบิลในกลุ่มของลูกค้าชาวลาวจะสูงกว่าลูกค้าชาวไทยประมาณ 1 เท่าตัว
จากกำลังซื้อที่ดีดังกล่าวบริษัทอยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนในด้านของการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับกลุ่มลูกค้าชาวลาวมากยิ่งขึ้น เพราะกลุ่มลูกค้าดังกล่าวถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อที่สูง หากทำได้จะทำให้มีเม็ดเงินเข้าประเทศมากขึ้น
ด้าน ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า บริษัทมีแผนที่จะทำซีอาร์เอ็มกับลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากประเทศลาว ด้วยการเตรียมเปิดตัวบัตรเดอะ การ์ด อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าชาวลาว ขณะที่ภาพรวมของศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานีปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยที่ 3.7-3.8 หมื่นคน
ขนาดยังไม่เปิดเออีซี จ.อุดรธานี ยังมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากกว่าแสนล้านบาท เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้คงจะทะลุ 2 แสนล้านบาทได้แน่นอน







