
"สมคิด"กล่อมญี่ปุ่นหนุนไทยปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
รองนายกฯ สมคิด ปาฐกถากล่อมนักลงทุนญี่ปุ่นยันรัฐบาลพร้อมดูแลเต็มที่ ก่อนหารือ "ชินโซ อาเบะ"
รองนายกฯ สมคิด ปาฐกถากล่อมนักลงทุนญี่ปุ่นยันรัฐบาลพร้อมดูแลเต็มที่ ก่อนหารือ "ชินโซ อาเบะ"
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างการปาฐกถาพิเศษ ในงานสัมมนา “Thailand:Moving Forward to Sustainable Growth” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างที่ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยเดินทางมาเจรจาการค้าการลงทุน หรือโรดโชว์ที่กรุงโตเกียว ประเทศ ญี่ปุ่น ซึ่งมีนักธุรกิจญี่ปุ่นให้ความสนใจเข้าร่วมการสัมมนา กว่า 1,000 คน ว่าหลายปีที่ป่านมา เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนสูงและมีแนวโน้มที่ชะลอตัว ประเทศใหญ่ที่มีพลังทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา อียูและญี่ปุ่น ต่างก็เผชิญกับปัญหาความซบเซารวมถึงประเทศไทย อีกทั้งต้องเผชิญกับภาวะที่ราคาสินค้าเกษตรทั่วโลกกำลังตกต่ำ และด้วยความจริงที่ว่า ในหลายปีที่ผ่านมา การเมืองในประเทศมีความผันผวน จนกระทั่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงปีเศษที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ทางด้านของการเมืองนั้น ไทยอยู่ในช่วงของการปฏิรูป ขณะที่ด้านเศรษฐกิจแม้เศรษฐกิจโลกจะซบเซาและการส่งออกของไทยจะได้รับผลกระทบ แต่ฐานะเศรษฐกิจในภาพรวม ยังแข็งแกร่งอยู่มากและด้วยผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจคาดว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 4 และต้นปีหน้า จะขยายตัวดีขึ้น โดยคาดว่าจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 3%ในปีนี้ และ 3.5 – 4% ในปีหน้า แต่การเติบโตในระยะสั้น ไม่ใช่เป้าหมายที่สำคัญ แต่เป้าหมายของไทยคือการเติบโตที่ยั่งยืน ซึ่งประเทศไทย ต้องดำเนินการหลายประการ
ในประการแรก ต้องการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เกิดความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ประการที่สอง ไทยต้องการเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต จากการรับจ้างผลิตสินค้าต้นทุนต่ำ ใช้แรงงานราคาถูก สู่การผลิตที่เน้นนวัตกรรม ซึ่งการจะสร้างและพัฒนาอุตสาหกรรมเหล่านี้ให้เติบโตและเข้มแข็งได้อย่างยั่งยืนนั้น ประการหนึ่ง คือการใช้แนวคิดการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อพัฒนาคลัสเตอร์ เฉพาะอย่าง ซึ่งทางการไทยได้จัดให้มีสิทธิประโยชน์หลายด้าน
นายสมคิด กล่าวว่า พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลก กำลังเคลื่อนจากตะวันตกมาสู่ตะวันออก ซึ่งเป็นโอกาสและศักยภาพของประเทศไทยในอนาคต ทั้งมีที่ตั้งอยู่ใจกลางอาเซียน และเป็นศูนย์กลางแห่ง CLMV ที่กำลังเติบโต ซึ่งถ้าไทยมีการปฏิรูปอย่างจริงจัง และได้รับการสนับสนุนจากญี่ปุ่นทั้งภาครัฐและเอกชน ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงยิ่งในยุคข้างหน้า การร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างไทยและญี่ปุ่น ในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้ จะเอื้อประโยชน์อันสูงยิ่ง ไม่เพียงเฉพาะกับประเทศทั้งสอง แต่ยังสามารถเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศเพื่อนบ้านใน CLMV โดยไทยยินดีที่จะเป็นแกนนำสำคัญด้วยการสนับสนุนจากญี่ปุ่น
“ผมในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกฯ ให้เดินทางมาในครั้งนี้ เพื่อบอกเล่าถึงสถานการณ์ของประเทศ เพื่อเชิญชวนท่านทั้งหลาย ให้มาร่วมกับประเทศไทย ในฐานะนักลงทุนในคลื่นลูกที่สาม มาร่วมกับนักลงทุนไทย มาร่วมกับรัฐบาลไทย ในช่วงจังหวะเวลาอันสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ ผมมาด้วยตนเอง และเลือกที่จะมาญี่ปุ่นเป็นประเทศแรก เพราะต้องการจะบอกต่อท่านว่า ท่านคือนักลงทุนที่ไทยให้ความสำคัญสูงยิ่ง และเพื่อมายืนยันแก่ท่านว่า จะดูแลพวกท่านทั้งหลายอย่างดีที่สุด และที่สำคัญที่สุด คือความต้องการที่จะยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจจากการเป็นคู่ค้า คู่ลงทุนที่ใกล้ชิด สู่การเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่แท้จริง ในยุคที่AEC กำลังจะเติบใหญ่ และในยุคที่ Asiaกำลังผงาด ความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนที่แท้จริงนี้ ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าจะยังประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ และยังจะเอื้อประโยชน์ต่อประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้อย่างแน่นอน” นายสมคิด กล่าว
ทั้งนี้ หลังการกล่าวปาฐกถาพิเศษ แล้วนายสมคิด และคณะ ได้เดินทางไปเข้าเยี่ยมคารวะนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ที่ทำเนียบรัฐบาล
หลังจากนั้นในช่วงบ่ายนายสมคิด จะเป็นประธานฝ่ายไทยในการประชุม High Level JC ส่วนฝ่ายญี่ปุ่นจะมีท่านเลขาคณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นประธาน โดยมีรัฐมนตรีเข้าร่วมหลายท่านจากทั้งสองฝ่ายซึ่งการประชุมมีการวางเป้าหายที่จะให้เกิด ความร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นการค้า การเกษตร อุตสาหกรรม การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษาและวิทยาศาสตร์เทคโนโลย







