posttoday
จับตาราคา ทอง-น้ำมันพุ่ง

จับตาราคา ทอง-น้ำมันพุ่ง

26 พฤศจิกายน 2558

โดย...ทีมข่าวตลาดทุน-หุ้นโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวตลาดทุน-หุ้นโพสต์ทูเดย์

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังประเทศตุรกียิงเครื่องบินรบของรัสเซียตก โดยอ้างว่าเครื่องบินลำดังกล่าวได้รุกล้ำน่านฟ้า ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการเกิดสงครามระหว่างประเทศ และเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ รวมถึงราคาทองคำในตลาดล่วงหน้าก็ดีดตัวขึ้นด้วยเช่นกัน

ขณะนี้เกิดคำถามว่าราคาของน้ำมันและทองคำจะกลับทิศทางเป็นขาขึ้นหรือไม่ หลังจากถอยหลังมายาวนาน เพราะความกังวลเรื่องธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด เริ่มจริงจังกับการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งตลาดฟันธงว่าในเดือน ธ.ค.นี้น่าจะเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สหรัฐใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำในอัตรา 0-0.25% มานานหลายปีเพื่อกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ถ้าหากเกิดความกลัวเรื่องสงครามมากขึ้นเรื่อยๆ ตามทฤษฎี จะมีการโยกย้ายเงินทุนครั้งใหญ่ออกจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง คือ ตลาดหุ้นเข้าไปลงทุนในทองคำที่มีความเสี่ยงต่ำแทน

“จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี” นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ขณะนี้เร็วเกินไปที่จะประเมินสถานการณ์ราคาทองคำว่าจะกลับเป็นขาขึ้นแล้ว แม้รัสเซียจะมีปัญหากับตุรกีรุนแรง และทั้งสองฝ่ายมีพวกหนุนหลังมากก็ตาม เพราะเชื่อว่ารัสเซียอาจจะตอบโต้ด้วยวิธีอื่นๆ

“ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างดูท่าทีของกันและกัน คงจะยังไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมาหรอก” จิตติ กล่าว

ทั้งนี้ ราคาทองล่วงหน้าในตลาดโลกที่ดีดขึ้นแรงเมื่อวันที่ 24 พ.ย. แต่เงินบาทกลับแข็งค่ามากกว่าการปรับขึ้นของราคาทองคำ คือ จากระดับ 35.80 บาท มาอยู่ที่ 35.70 บาท/เหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ราคาทองในประเทศของวันที่ 25 พ.ย. กลับลดลงจากวันก่อน

สมาคมค้าทองคำมีการเปลี่ยนราคาในประเทศ 3 ครั้ง ส่งผลให้ราคาลดลง 50 บาท ทองคำแท่ง รับซื้อที่ 18,100 บาท และขายออก 18,200 บาท ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อ 17,843.32 บาท และขายออก 18,600 บาท

อย่างไรก็ตาม “จิตติ” กล่าวว่า ราคาทองคำที่ปรับลดลงมากผิดปกติ โดยลงไปสร้างสถิติต่ำสุดที่ 1,060 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนของเหมืองที่ผลิตทองคำ เพราะความกังวลเรื่องสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยมากจนเกินไป เชื่อว่าเมื่อเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยจริงในเดือน ธ.ค. ราคาทองอาจจะกลับมาบวกแรงก็เป็นไปได้สูง เนื่องจากเชื่อว่าสหรัฐคงจะพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะนี้ในดือน ธ.ค. ต่อเนื่องถึงต้นปี 2559 จะมีความต้องการซื้อทองจำนวนมากจากเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ และตรุษจีน ขณะที่เหมืองผลิตทองมีการปิดไปแล้วประมาณ 40% ส่วนที่ยังเปิดอยู่ 60% ส่วนใหญ่ก็มีต้นทุนการผลิตสูงกว่า 1,100 เหรียญสหรัฐ

ทางด้านราคาน้ำมัน แม้ว่าสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ดีดขึ้นแรงซื้อขายเหนือ 43 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่ไปต่อไม่ไหว ราคาปรับตัวลงแล้ว เพราะนักลงทุนหันกลับมาวิตกต่อภาวะน้ำมันล้นตลาด หลังคลายกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ณ เวลา 18.04 น. ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ธ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาด NYMEX ร่วงลง 51 เซนต์ หรือ 1.19% สู่ระดับ 42.37 หรียญสหรัฐ/บาร์เรล นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยว่า สต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ คาดว่าสต๊อกน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น 1.1 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 20 พ.ย. ด้านสต๊อกน้ำมันเบนซิน คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5 แสนบาร์เรล ในสัปดาห์ที่แล้ว

บริษัท ปตท. รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากเครื่องบินรบรัสเซียที่ปฏิบัติการถล่มกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในซีเรียถูกยิง แต่ทางด้านปัจจัยพื้นฐานยังคงอ่อนแอ บีเอ็นพี พาริบาส ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ในปี 2559 ลง  8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากคาดการณ์ครั้งก่อนหน้า มาอยู่ที่เฉลี่ย 54 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI ลง 6 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ระดับ 50 เหรียญสหรัฐ ให้จับตามองการประชุมกลุ่มโอเปกในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย วันที่ 4 ธ.ค. 2558  ว่ากลุ่มประเทศโอเปกจะมีท่าทีและจุดยืนกลยุทธ์เน้นส่วนแบ่งตลาดเหมือนเดิมหรือเปลี่ยนไปอย่างไร

จากผลสำรวจของนักวิเคราะห์จากสำนักข่าวบลูมเบิร์กกว่า 30 คน เชื่อว่าโอเปกยังจะคงปริมาณการผลิตที่ระดับสูงเพื่อรักษาส่วนแบ่งของตลาด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของโอเปกเปิดเผยความเป็นไปได้ที่กลุ่มประเทศโอเปกจะปรับเพดานการผลิตขึ้นมาเป็น 31 ล้านลิตร/วัน จากการที่อินโดนีเซียเข้าร่วมเป็นสมาชิกโอเปกอีกครั้งหลังจากห่างหายไปเป็นเวลา 7 ปี

ด้านการลงทุนในตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศในวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ยังคงปรับตัวลงต่อเนื่อง เพราะความกังวลเรื่องปัญหาการเมืองระหว่างประเทศจะลุกลาม ขณะเดียวกับประเทศใหญ่ๆ ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจออกมาไม่ดีอย่างต่อเนื่อง ตลาดจึงขาดปัจจัยสนับสนุนให้นักลงทุนกลับเข้าตลาดหุ้น ขอยืนอยู่นอกตลาดและกอดเงินสดรอโอกาสน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?