posttoday
เลือกตั้งเมียนมา กระทบไทยแค่ไหน?

เลือกตั้งเมียนมา กระทบไทยแค่ไหน?

26 พฤศจิกายน 2558

ในเวลานี้เมียนมาได้ผ่านพ้นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งประวัติศาสตร์ไปแล้ว โดยผลการนับคะแนนพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ได้รับชัยชนะ อันหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการเมืองการปกครองของประเทศที่จะตามมา

ในเวลานี้เมียนมาได้ผ่านพ้นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งประวัติศาสตร์ไปแล้ว โดยผลการนับคะแนนพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ได้รับชัยชนะ อันหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการเมืองการปกครองของประเทศที่จะตามมา

อย่างไรก็ดี การก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศประชาธิปไตยอย่างเต็มตัวคงจะมีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ซึ่ง อองซานซูจี ได้ประกาศท่าทีชัดเจนว่าต้องการจัดตั้งรัฐบาลปรองดอง โดยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลทหารชุดเก่าเพื่อการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ

โดยจะดำเนินการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีและรัฐบาลใหม่ให้เสร็จภายในเดือน มี.ค. 2559  และขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนของแนวนโยบายเศรษฐกิจจากผู้นำพรรคเอ็นแอลดี ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในเมียนมาอยู่ในภาวะชะลอตัว

ถึงตอนนี้หลายฝ่ายเชื่อว่าการเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศจะดำเนินต่อไป และรัฐบาลชุดใหม่จะสานต่อโครงการสำคัญต่างๆ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจ

สำหรับผลกระทบต่อการค้าระหว่างไทยกับเมียนมา คาดว่าในระยะสั้นยังมีไม่มากนัก เนื่องจากสินค้าไทยเป็นที่รู้จักและชื่นชอบของชาวเมียนมาอยู่แล้วด้วยภาพลักษณ์คุณภาพที่ดี และที่สำคัญการเติบโตของเศรษฐกิจเมียนมาในปีนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์ว่าจะสูงถึง 8.5% สูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน และในปี 2559 คาดว่าจะเติบโต 8.4% ซึ่งจะส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกระแสเปิดประเทศและความเป็นเสรีประชาธิปไตยมาแรง ทำให้จะมีชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้าไปทำธุรกิจในเมียนมามากขึ้น ซึ่งหมายถึงการขยายตัวของสังคมเมือง และการเป็นเมืองนานาชาติจะตามมา             

ปัจจุบันการค้าระหว่างไทยกับเมียนมามีมูลค่า 5,942.07 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งยังมีศักยภาพสูงที่จะขยายตัวเพิ่มได้อีก จากการที่ไทยกับเมียนมามีชายแดนติดกัน และการค้าชายแดนมีบทบาทสำคัญในการค้าระหว่างประเทศของทั้งสองประเทศ ส่วนการลงทุนโดยตรงสะสมของไทยในเมียนมามีมูลค่า 10,297.33 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 17.91% ของการลงทุนโดยตรงสะสมของต่างชาติทั้งหมดในเมียนมา โดยสูงเป็นอันดับที่ 3 รองจากจีนและสิงคโปร์

นอกจากนี้ เมียนมายังมีความอุดมสมบูรณ์ในทรัพยากรธรรมชาติอยู่มาก ผู้ประกอบการไทยจึงควรดำเนินการเชิงรุกขยายการค้า การลงทุน และย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นมายังเมียนมา เพื่อขยายส่วนแบ่งตลาด

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร